งานเอกชน หรือ งานราชการ อย่างไหนดีกว่ากัน

FacebookLineTwitterLinkedInEmailCopy LinkPrint

เชื่อว่าเป็นหนึ่งในปัญหาโลกแตกของคนทำงานหลายคน ทั้งกลุ่มที่เพิ่งทำงานและคนทำงานมาได้สักระยะ ว่าระบบงานแบบไหนที่ตอบโจทย์ความต้องการของเรามากที่สุด เพราะแต่ละคนมีภาระที่แบกไว้ต่างกัน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่เหมือนกัน

 

จริง ๆ แล้วงานแบบเอกชนและงานระบบราชการ ต่างก็ประกอบด้วยปัจจัยที่ “มี” และ “ไม่มี” ต่างกันอย่างสุดทาง แทบจะไม่มีอะไรเหมือนกัน เรียกว่ามีจุดที่ต้องนำมาช่างน้ำหนักและช่างใจค่อนข้างเยอะ จึงไม่แปลกที่หลายคนจะหนักใจเมื่อเดินมาเจอกับทางแยกดังกล่าวนี้

งานเอกชน หรือ งานราชการ
งานเอกชน หรือ งานราชการ

ราชการ VS เอกชน อะไรใช่คุณ?

 

จะว่าไปเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ตอบยาก เป็นเรื่องปัจเจกบุคคลเพราะคำว่า “ดี” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบความ Flexible การทำงานที่ยืดหยุ่น เน้นการทำงานเป็นทีม และมุ่งไปยังผลลัพธ์มากกว่าระหว่างทาง งานแบบเอกชนก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่าราชการ หรือถ้าใครชอบความมั่นคง สวัสดิการที่ครอบคลุมถึงคนในครอบครัว ไม่ต้องกังวลเรื่องเจ็บป่วย ระบบราชการก็ค่อนข้างจะตอบโจทย์ตรงนี้มากกว่า

 

อย่างที่ยกตัวอย่างไป จะเห็นได้แต่ละคนก็มีเรื่องที่โฟกัสและเป็นความสุขไม่เหมือนกัน ดังนั้น ก่อนจะหาคำตอบว่าระบบไหนตอบโจทย์เรา คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อน ว่าสิ่งไหนที่คุณต้องการ สิ่งไหนที่คุณคาดหวัง หรือการทำงานแบบไหนที่ทำให้คุณมีความสุข  

 

ข้อมูลที่ JobsDbเตรียมมาไว้วันนี้ เป็นเพียง Guideline ที่จะชี้ให้เห็นถึงข้อดีของการทำงานทั้งเอกชนและราชการแบบภาพรวม คุณเองเท่านั้นที่รู้จักตัวเองดีที่สุด และต้องเป็นผู้เลือกสิ่งนั้นด้วยตัวของคุณเอง

ข้อดีของงานเอกชน

 

เริ่มที่จุดเด่นของงานเอกชนแบบภาพรวมกันก่อน ลองดูว่าระบบงานประมาณนี้ใช่ที่คุณกำลังมองหาหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมว่า ทุก ๆ งานต่างก็มีความกดดันที่ต้องเผชิญไม่ต่างกัน

1.คล่องตัวและรวดเร็ว

 

การทำงานสไตล์เอกชน “เวลา” คือปัจจัยสำคัญของทุก ๆ อย่าง ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยเวลา และถูกกำหนดไว้ด้วยเวลา จึงไม่แปลกที่ระบบการทำงานของเอกชนจะมีความคล่องตัวและ Flexible ค่อนข้างสูง เรียกว่าลดทุกความยุ่งยากที่ทำให้เสียเวลา มุ่งเน้นการ Drive งานไปยังเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 

 

ว่าง่าย ๆ คืองานเอกชนไม่ค่อยสนระหว่างทาง คุณจะทำได้ด้วยวิธีไหน ลัดขั้นตอนอย่างไรก็ได้ แต่ผลลัพธ์ต้องออกมาในเชิงวัดผลได้เป็นสำคัญ

 

2.ก้าวหน้าและแข่งขันสูง

 

ใครที่แสวงหาความก้าวหน้าในอาชีพ และรักความท้าทายเป็นชีวิตจิตใจ งานแบบเอกชนน่าจะตอบโจทย์ทั้งสองสิ่งให้คุณได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยระบบงานที่วัดผลเป็นตัวเลขและคุณภาพงานที่วัดได้ ดังนั้น ใครที่ทำผลงานได้ดี ย่อมได้รับความก้าวหน้าทั้งหน้าที่การงาน การเลื่อนตำแหน่งไปสู่ระดับผู้บริหาร 

แน่นอนว่าตำแหน่งสำคัญมักมีเพียงหนึ่งเดียว แต่คนที่อยากขึ้นไปตรงนั้นมีหลายคน การแข่งขันเป็นสิ่งที่ตามมาอย่างแน่นอน รวมถึงความกดดันต่าง ๆ หากใครที่รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้คือแรงผลักที่จะนำพาคุณไปสู่เส้นชัยแห่งชีวิต การเลือกงานระบบเอกชนน่าจะช่วยให้เจอคำตอบที่กำลังตามหา

3.ค่าตอบแทนคุ้มค่าและสวัสดิการหลากหลาย

 

จุดแข็งของเอกชนที่ทำให้หลายคนเลือกที่จะอยู่ในวงจรนี้ คือค่าตอบแทนที่คุ้มค่าและสวัสดิการที่หลากหลาย ด้วยภาระงานและสิ่งที่ต้องรับผิดชอบค่อนข้างสูง ค่าตอบแทนจึงจำเป็นต้องสูงตามไปด้วย เพื่อดึงให้คนยังทำงาน รวมถึงสวัสดิการต่าง ๆ ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพใจ บางบริษัทให้เบิกได้แม้กระทั่งค่าเล่าเรียน สปา นวด ค่าออกกำลังกาย ค่าหนังสือ ค่าวัคซีน ฯลฯ เรียกว่าหลากหลายขึ้นมาก 

ข้อดีของงานราชการ

 

มาถึง 3 ข้อดีหลัก ๆ ของงานราชการที่ทำให้บางคนหนักใจ จนอยากเปลี่ยนสายจากเอกชนมาอยู่ราชการ จะมีอะไรที่ดึงดูดได้บ้างนั้น เรารวมไว้ให้ด้านล่างแล้วไปดูกัน!

 

1. ช้า ๆ ทว่ามั่นคง

 

ความมั่นคงแทบจะเป็นหัวใจหลักของงานราชการ ที่ทำให้หลาย ๆ คนอยากเบนเข็มมาทำงานสายนี้ แม้จะแลกกับเงินเดือนเริ่มต้นที่ทำร้ายหัวใจกันสมควร เมื่อเทียบกับค่าเงินเฟ้อและเศรษฐกิจยุคนี้ แต่ด้วยความที่เป็นงานมั่นคง ทำแล้วไม่ต้องกังวลว่าจะสภาพเศรษฐกิจช่วงนี้เป็นอย่างไร ยอดกำไรโดยรวมของออฟฟิศโอเคไหม จะเจ๊งเมื่อไร 

 

หากคุณไม่ได้ทำผิดวินัยราชการร้ายแรง ส่วนมากก็อยู่ได้เรื่อย ๆ จนกระทั่งเกษียณ เรียกว่าเป็นงานที่ความเสี่ยงตกงานค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับเอกชน

 

2. สวัสดิการครอบคลุมไปถึงคนในครอบครัว

 

แม้ค่าตอบแทนของงานราชการเมื่อเทียบกับเอกชนแล้วจะน้อยกว่า ทว่าสวัสดิการต่าง ๆ ค่อนข้างครอบคลุม เรียกว่าดูแลไปถึงคนในครอบครัว ทั้งพ่อ แม่ ลูก ฯลฯ กรณีเจ็บไข้ได้ป่วย คุณสามารถใช้สิทธิ์ราชการเบิกรักษาให้คนที่คุณรักและตัวคุณเองได้ ทั้งนี้อาจจะเบิกได้เต็มหรือบางส่วน ก็แตกต่างกันไปตามระเบียบข้อบังคับในช่วงหลัง รวมถึงมีเงินให้หลังเกษียณ อย่างพวกระบบบำเหน็จบำนาญ อย่างที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว

3. ไม่ต้องแข่งขันสูง

 

ใครเป็นสายทำงานเรื่อย ๆ ไม่ชอบแข่งกับใคร ไม่ชอบความวุ่นวาย งานราชการน่าจะเป็นคำตอบที่ดีกับคุณ ต้องยอมรับว่าเนื้องานส่วนใหญ่ของราชการ ระดับความเข้มข้นและมวลแห่งความคุกรุ่นไม่เท่าเอกชนแน่นอน ด้วยขั้นตอนแบบและแผนที่เซ็ตไว้เป็นโครงสร้างหลักค่อนข้างชัดเจน เราเองมีหน้าที่ทำตามลำดับขั้นไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างต้องตรวจสอบและโปร่งใส ดังนั้น จะใช้ทางลัดซอกแซกไม่ได้ 

 

เรีกยว่าไม่ต้องแข่งขันอะไรกับใครมาก ต่างคนต่างทำงาน แข่งกับเวลาและตัวเองเป็นหลักก็พอ (วัดกันที่ผลงานเหมือนเอกชน)

 

อย่างที่เกริ่นไปตอนต้น ไม่ว่าราชการหรือเอกชน แต่ละงานก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน มีความยากและความง่ายที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นชื่อว่าเป็นการทำงานทุกอุปสรรค ทุกความกดดันมีมาให้คุณเรียนรู้ทุกวันอยู่แล้ว แนะนำให้พิจารณาภาพรวมว่าระบบไหน Fix หรือตรงใจคุณมากที่สุด อย่าลืมว่าเมล็ดพันธุ์ หากถูกเพาะปลูกถูกที่ถูกทาง สักวันก็ต้องเติบโตได้อย่างสวยงาม

 

เมื่อได้คำตอบแล้ว อย่าลืมเปิดโอกาสดี ๆ อัปเดตเรซูเมและผลงานเจ๋ง ๆ ได้ที่ JobsDB แอปพลิเคชันหางานอันดับหนึ่งของไทย งานดี ๆ รอคุณอยู่มากมายวันนี้ 

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

JobsDB Mobile App

เลือกงานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่ชอบ ด้วยการค้นหางานที่ง่ายและรวดเร็ว พร้อมทั้งจัดการเรซูเม่อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณอัปโหลด ดู และลบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานแสนง่าย ด้วยระบบ AI ใหม่ ช่วยค้นหางานที่ตรงใจมากขึ้นถึง 6 เท่า​

ไขข้อข้องใจ ระดับงานราชการมีกี่ขั้น

บทความยอดนิยม
การฝึกงานถือว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่นักศึกษาเลือกที่จะทำ เพราะนอกจากจะได้นำความรู้ที่เรียนมาไปใช้จริงแล้ว ยังได้ประสบกา...
      ตื่นเช้าต้องแวะซื้อกาแฟก่อนไปทำงาน ไม่ได้จิบกาแฟ คาเฟอีนยังไม่เข้าร่าง จะเกิดอาการไม่ค่อยเฟรช รู้สึ...
เห็นหัวข้อบทความนี้แล้วอย่าเพิ่งเลื่อนผ่านไป อย่ามองว่า “การว่างงาน” เป็นสิ่งไกลตัวในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ จริง ๆ แล้วเรื่...

คำค้นหายอดนิยม

Scroll to Top