งานเต็มหน้าตัก ต้องรู้จักปฏิเสธ

          คนทำงานอาจมีบางช่วงเวลาที่งานรัดตัว แต่ก็ยังมีงานเข้ามาเพิ่ม หรือมีเพื่อนร่วมงานไหว้ วานขอความช่วยเหลือจากเรา ซึ่งเรามักลำบากใจที่จะปฏิเสธ จริง ๆ แล้วการปฏิเสธไม่ใช่เรื่องผิด มันไม่ได้ทำให้เราดูเป็นคนขี้เกียจหรือแล้งน้ำใจ หาก ณ เวลานั้นเรามีสิ่งที่จะต้องโฟกัสและทำให้เสร็จก่อน เราจึงควรเรียนรู้และปฏิเสธให้เป็น แต่จะปฏิเสธอย่างไรไม่ให้เสียน้ำใจ ลองทำตามวิธีการที่เรานำมาฝากต่อไปนี้

  1. บอกว่าคุณก็อยากช่วย แต่ตอนนี้คุณมีงานเต็มหน้าตักแล้ว ถ้าไม่ใช่ช่วงที่งานโหลด คุณก็ยินดีทำให้ และอาจชี้แจงไปว่า คุณมีงานอะไรค้างอยู่บ้าง เกรงว่าจะทำให้ไม่ทัน หากต้องรีบใช้
  2. ไม่ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง แต่แจ้งว่า อีกกี่วันจึงจะทำให้ได้ สามารถรอได้หรือไม่ คุณควรบอกเขาไปว่างานที่คุณมีอยู่จะเสร็จเมื่อไร และจะสามารถเริ่มทำงานให้เขาได้วันไหน เพื่อให้เขาประเมินว่า เขาสมควรจะรอ หรือขอความช่วยเหลือจากคนอื่นแทน
  3. ไม่รับปาก แต่ถ้ามีเวลาจะดูให้ อย่ารับปากเพราะความเกรงใจ หากคิดว่าไม่สามารถทำให้ทันได้ เพราะผลเสียจะตกที่คุณเอง การแบ่งรับแบ่งสู้เป็นสัญญาณของการปฏิเสธวิธีหนึ่ง ที่บอกเขาว่า อย่าคาดหวัง
  4. รู้จักปฏิเสธงานแนะนำคนที่คาดว่าจะช่วยเขาได้ดีกว่าคุณ หากคุณไม่สามารถ ช่วยเขาได้จริง ๆ คุณอาจแนะนำให้เขาไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นที่น่าจะช่วยเขาได้ ดีกว่าที่จะปล่อยให้เขาเคว้งคว้างเมื่อได้รับการปฏิเสธจากคุณ

          การปฏิเสธเป็นทักษะที่ต้องใช้การฝึกฝน เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปด้วยความนุ่มนวล ไม่สร้างความรู้สึกคับข้องใจต่อผู้ฟัง นอกจากนี้ การที่เรารู้จักปฏิเสธยังช่วยให้เรามีเวลาโฟกัสกับงานแต่ละงานให้ออกมาดีที่ สุด ไม่ต้องเร่งรีบเพื่อระบายงานให้เสร็จ ๆ ไปซึ่งอาจเกิดความผิดพลาดตามมาได้

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

7 ไอเดียช่วยจำสำหรับคนทำงาน

การบริหารเวลาในหนึ่งวันให้คุ้มค่าที่สุด