งานที่ทำแล้วมีความสุข คืองานแบบไหน

          คนเราทำงาน โดยเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง หรือกว่า 2,000 ชั่วโมงต่อปี ถ้าเราต้องทำงานที่ไม่ใช่ตัวเรา คิดดูว่าเราต้องเสียเวลาไปมากเพียงใด การหางานที่ใช่ตัวเรา ย่อมทำให้เวลาที่ผ่านไปนั้นมีคุณค่ามากกว่า เราได้ทำงานที่เรารัก และมีความสุขกับงานที่ทำ นั่นคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา

  • สั่งสมประสบการณ์เพื่อกำหนดอนาคต งาน ที่คุณมองหา ไม่ใช่เพียงแค่งานที่จะทำให้คุณมีเงินใช้ทุกเดือนเท่านั้น แต่จะต้องเป็นงานที่คุณทำมันได้ดี และมีความสุขกับมัน บางคนเริ่มต้นจากการลองผิดลองถูก ลองทำนั่น โน่น นี่มากมายเพื่อที่จะหาว่าตัวเองชอบงานประเภทไหน เก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์การทำงานในอดีตมาเป็นแนวทางการทำงานในอนาคต สมมติว่าคุณชอบความท้าทายในการแก้ปัญหา คุณอาจมองหางานหรือกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะดังกล่าว เช่น งานบริการลูกค้า งานโอเปอเรเตอร์ งานโรงแรม งานร้านอาหาร เป็นต้น แต่หากคุณชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ คุณอาจเลือกงานที่เกี่ยวกับสำนักพิมพ์ งานบรรณาธิการ นักเขียน ก๊อปปี้ไรเตอร์ หรืองานพิสูจน์อักษรเพื่อที่คุณจะได้มีความสุขกับหนังสือและงานที่คุณทำ หรือหากคุณชอบทำกิจกรรม ชอบเดินทางท่องเที่ยว คุณอาจมองหางาน ออกาไซเนอร์ รับจัดงาน Event หรืองานบริการสังคมในองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร
  • คนที่จะประสบความสำเร็จคือคนที่เชื่อในคุณค่าของตน คนเช่นนี้ไม่กลัวที่จะตั้งเป้าหมายให้สูง และพยายามที่จะไปให้ถึง คุณก็เช่นกัน มองหางานที่คุณใฝ่ฝัน และตั้งเป้าหมายที่จะคว้ามันมาให้ได้ โดยการศึกษาลักษณะของงานนั้น ๆ และดูว่าคนที่จะทำงาน ดังกล่าวได้ดีต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ซึ่งนายจ้างมักจะระบุคุณสมบัติที่ต้องการไว้อยู่แล้ว จากนั้นพยายามเรียนรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่คุณยังขาด เพื่อให้มีคุณสมบัติที่นายจ้างต้องการอย่างครบถ้วน
  • เลือกงานต้องดูที่เพื่อนร่วมงานด้วย เพื่อนร่วมงานก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้คุณทำงานอย่างมีความสุข หรือต้องมัวระแวงว่าจะถูกแทงข้างหลังหรือเปล่า วันที่คุณไปสัมภาษณ์งานคุณ อาจถามเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงาน หรือใช้การสังเกตบรรยากาศในการทำงานภายในบริษัทว่า มันทำให้คุณรู้สึกอึดอัดหรือไม่ ถ้าคุณรู้ว่าเพื่อนร่วมงานในอนาคตของคุณมีนิสัยใจคออย่างไร เขาชอบงานที่เขาทำหรือไม่ (จากมุมมองของผู้ที่สัมภาษณ์คุณ) คุณจะได้มีข้อมูลสำหรับการตัดสินใจว่าคุณจะสามารถร่วมงานกับคนเหล่านั้นได้ อย่างสบายใจ หรือไม่ เพราะในระยะยาวการทำงานได้เงินเดือนสูง แต่ต้องพบเจอกับเพื่อนร่วมงานที่มีนิสัยไม่พึงปรารถนาทุกวันก็อาจไม่คุ้มกับ สุขภาพจิตที่เสียไป
  • มีความสุขกับงานเริ่มจากเป็นพนักงานชั่วคราวก่อนก็ได้ หากคุณเป็นนักศึกษาจบใหม่ คุณยังมีเวลาอีกมากในการค้นหางานที่เหมาะกับคุณ และไม่เป็นการเสียเวลาเลยที่จะสมัครเป็นพนักงานชั่วคราวก่อน เพราะการเป็นพนักงานชั่วคราวจะทำให้คุณได้เห็นการทำงานของพนักงานประจำใน ตำแหน่งต่าง ๆ ของบริษัทก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกงานประจำที่เหมาะกับคุณในภายหลัง

          การทำงานให้มีความสุขไม่ได้วัดจากเงินทอง หรือบริษัทที่มั่นคงใหญ่โตเท่านั้น แต่ปัจจัยความชอบ ความถนัดของตัวเราเองต่างหากที่เป็นตัวกำหนดความสุข เลือกงานให้เหมาะกับตัวคุณ สิ่งแวดล้อมดี มีเพื่อนร่วมงานที่พึงปรารถนา เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว