คำที่ไม่ควรใช้ในงานโฆษณา

          จากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในปีที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้าเพิ่มความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ลูกค้าขาดความเชื่อมั่น และต้องการได้รับการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งการโฆษณาที่จริงใจจากผู้ขาย มากกว่าคำโฆษณาที่ทำให้ลูกค้าหลงเชื่อและซื้อสินค้าโดยไม่ได้รับประโยชน์

 ที่คุ้มค่า ในปี 2552 เศรษฐกิจจะยิ่งฝืดเคือง ลูกค้าชะลอการใช้จ่ายมากกว่าเดิม ผู้เขียนคำโฆษณาจึงต้องพึงระวังการใช้ถ้อยคำที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจในสินค้าของคุณ หรือคำฟุ่มเฟือยที่ไม่ได้เพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าของคุณ มาดูกันค่ะ ว่าคำที่ไม่ควรใช้ในงานโฆษณามีอะไรบ้าง..

คำที่ไม่ควรใช้ในงานโฆษณา          1. ฟรี โฆษณาที่มีข้อความกล่าวถึงของฟรี อาจดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ดีในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้ แต่ลูกค้าต้องการสินค้าที่มีประสิทธิภาพดีเป็นสำคัญ ถ้าเราทำการตลาดด้วยอีเมลมาร์เก็ตติ้ง แล้วส่งอีเมลที่มีข้อความว่า “ฟรี” อยู่ด้วยนั้น ระบบคัดกรองอีเมลขยะส่วนใหญ่จะบล็อกอีเมลที่มีข้อความว่า “ฟรี” ที่อยู่ในหัวข้ออีเมล โดยอีเมลที่ส่งถึงผู้รับจำนวนมากในคราวเดียวกัน มักเป็นพวกสแปม ดังนั้นเมื่อคุณต้องส่งอีเมล จงหลีกเลี่ยงการถูกบล็อกอีเมล อย่าให้ถูกจัดว่าเป็นสแปม เพราะข้อความที่คุณส่งให้ลูกค้าจะถูกบล็อกโดยอัตโนมัติ หรือไม่ก็ทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจที่จะเปิดอ่าน ซึ่งคุณอาจหลีกเลี่ยงการเป็นสแปม โดยเลือกใช้คำอื่นแทนคำว่า “ฟรี”

          2. การันตี / รับรอง / รับประกัน คนที่ยังเชื่อคำการันตีมีอยู่ไม่มากนักในปัจจุบัน ควรใช้ข้อความที่มีคุณค่ามากกว่าการันตี เพราะเป็นการชวนเชื่อโดยที่ไม่เห็นในสิ่งที่เป็นรูปธรรมชัดเจน โดยทำให้ลูกค้าเข้าใจถึงประโยชน์และคุณสมบัติของตัวสินค้าอย่างชัดเจนจะน่าเชื่อถือมากกว่า

          3. จริง หากคุณต้องการเสียพื้นที่ในหน้าโฆษณาด้วยการใส่คำที่ไม่ได้มีความหมายต่อลูกค้า ก็ให้ใส่คำว่า “จริง” เข้าไป เช่น แจกจริง ถูกจริง เป็นต้น ซึ่งลูกค้าไม่ได้ให้ความสนใจกับคำ ๆ นี้แม้แต่น้อย ดังนั้น อย่าเสี่ยงที่จะเสียลูกค้าไปด้วยการใส่คำที่ไม่มีประโยชน์ลงไป และจำไว้เสมอว่าทุก ๆ คำที่ใช้ในการโฆษณาจะต้องเป็นคำที่มีความหมายต่อลูกค้า

          4. ที่ / ซึ่ง เมื่อคุณเขียนข้อความเสร็จเรียบร้อยให้ลองอ่านทบทวน คุณจะพบว่าคำเชื่อมที่ฟุ่มเฟือยเหล่านี้ 90 % สามารถตัดทิ้งได้โดยไม่กระทบต่อความหมายที่คุณต้องการสื่อสารกับลูกค้า แทนที่จะทำให้ลูกค้าต้องใช้เวลาในการอ่านนานขึ้นกับคำที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ ช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเลือกที่จะไม่ใช้คำเชื่อมเหล่านี้ยังทำให้ข้อความของคุณสั้นกระชับ เข้าถึงลูกค้าได้เร็วขึ้น

          5. มากมาย หลีกเลี่ยงข้อความที่มีคำว่า “มากมาย” ที่ไม่ได้ทำให้ธุรกิจของคุณมีความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นเลย แทนที่จะใช้คำว่ามากมาย ให้ใช้ข้อความที่บอกปริมาณแทน ยกตัวอย่าง หากคุณมีดอกไม้มากกว่า 20 แบบในร้านของคุณ ก็ให้โฆษณาโดยระบุจำนวนไปตามนั้น ว่าคุณมีดอกไม้ให้เลือกกว่า 20 แบบ ซึ่งจะทำให้ลูกค้ารู้สึกสนใจมากกว่าที่จะบอกว่า คุณมีดอกไม้ให้เลือกมากมาย หรือหากคุณสามารถรับออเดอร์ได้อย่างรวดเร็วภายใน 5 นาที ลูกค้าก็สามารถสั่งดอกไม้ได้แล้ว คุณก็ควรโฆษณาเรื่องการให้บริการที่รวดเร็วให้เป็นจุดเด่น อย่าปล่อยให้ลูกค้าเดาเอาเองว่ามากมายนั้นจะเป็นจำนวนเท่าไร รวดเร็วนั้นเร็วแค่ไหน ดังนั้นทำข้อความของคุณให้ชัดเจนมากพอที่ลูกค้าจะไม่ต้องเดาเอาเอง เพราะลูกค้าแต่ละคนก็อาจจะเดาแตกต่างกันไป

          6. โอกาส การใช้คำว่า “โอกาส” ไม่ได้ช่วยอะไรลูกค้าเลย ลูกค้าไม่ได้ต้องการ “โอกาส”  แต่ต้องการความมั่นใจว่าสินค้านั้นจะได้ผลคุ้มค่ากับเงินที่เขาหามาอย่างยากลำบาก ลูกค้าต้องการทราบว่า เขาจะได้รับผลอย่างที่เขาต้องการ ไม่ใช่เพียงแค่มีโอกาสที่จะได้รับผลนั้น อย่าปล่อยให้ลูกค้าสงสัยว่าเขาจะได้รับผลนั้นหรือไม่ด้วยคำว่า “โอกาส”

          7. ศัพท์เทคนิค หรือ ภาษาเฉพาะกลุ่ม หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เทคนิค หรือ ภาษาเฉพาะกลุ่ม ที่ทำให้ผู้อ่านต้องอาศัยดิกชันนารีในการทำความเข้าใจ ลูกค้าไม่ได้ต้องการทราบคุณสมบัติของสินค้าในเชิงทฤษฎีแต่ต้องการทราบถึงผลที่เขาจะได้รับเมื่อเขาจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้านั้น ว่าเขาจะได้ผลรับตามที่คาดหวังหรือไม่

          8. ใช้คำซ้ำกับคู่แข่ง หากคู่แข่งของคุณใช้คำใดคำหนึ่งที่โดนใจลูกค้ามาก ๆ จงอย่าคิดเลียนแบบเขา เพราะคุณไม่มีวันที่จะแซงหน้าเขาได้ อีกทั้งยังทำให้สับสนในแบรนด์อีกด้วย ควรหาคำใหม่ที่ไม่เหมือนใคร เพื่อใช้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสินค้าของคุณ ที่จะทำให้ลูกค้าเป้าหมายของคุณปรารถนาที่จะตอบสนองต่อข้อความนั้น

          เพื่อให้ข้อความของคุณถึงมือลูกค้า ไม่ถูกบล็อก ไม่ถูกมองว่าเป็นอีเมลขยะ และสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พยายามหลีกเลี่ยงคำต่าง ๆ ข้างต้น เพราะคำ ๆ หนึ่งที่ใช้ในการโฆษณาอาจทำให้คุณขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หรืออาจขายไม่ออกจนต้องเททิ้งได้ในเวลาเดียวกัน

 

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Do และ Don’t การตลาดบนเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์

วิธีรักษาการได้เปรียบทางการแข่งขัน