สิ่งที่คนทำงานควรทำหลังตกงาน

          การที่เราต้องตกงาน หรือว่างงานอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่น่าประทับใจนัก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป และถ้าหากเป็นไปได้ ให้ลองมองหาแง่มุมที่ดีของการว่างงานดู หากเราสามารถค้นหาแง่มุมเหล่านั้นได้ เราก็จะหลุดพ้นจากความทุกข์ใจ ตลอดจนปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน

          ภาวะการว่างงานเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความกดดัน และอาจจะเป็นช่วงเวลาของความเครียด แต่สิ่งเหล่านั้นจะหายไป หากเราเรียนรู้และค้นพบตัวเราเองว่าสิ่งใดบ้างที่จะช่วยให้เราหลุดพ้นได้ เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้การว่างงานของเราเต็มไปด้วยความสุข และผ่อนคลายจากภาวะเครียด

          ให้คิดเสียว่าเป็นเวลาพักผ่อนยาวหลังจากที่ต้องทำงานหนักมาตลอดทั้งปี หรือตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราได้วางแผนไว้ก็ตาม แต่อย่างน้อยเราก็ได้มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น แล้วมีอะไรบ้างที่คนทำงานควรทำเมื่อออกจากงาน

เตรียมตัวหางานใหม่

          สิ่งที่คนทำงานหลายคนมองหาหลังจากออกจากงาน คือ การมองหางานใหม่ แต่ควรเป็นการหางานที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรทำอย่างรีบร้อน เพราะเราอาจจะพลาดงานดี ๆ ที่เราอยากทำ หากเรารีบหางานมากจนเกินไป เราควรใช้เวลานี้อัพเดทเรซูเม่ของเราให้น่าสนใจ และมีความเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่เรากำลังมองหามากขึ้น เรียกว่าเป็นช่วงเวลาของการปัดฝุ่นเรซูเม่ก็ว่าได้ ในการหางานคราวนี้ เราควรหางานที่เหมาะกับตัวเองให้มากที่สุด เพื่อให้ได้งานที่ชอบ และหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องการทำงานที่ไม่ตรงกับความสามารถของตัวเองให้หมดไป

หาเวลาพักผ่อน

          การที่ต้องทำงานนาน ๆ โดยไม่ได้มีเวลาพักผ่อนเลยอาจจะทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้า และเกิดความผิดพลาดในการทำงานได้ และอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราต้องออกจากงาน เมื่อเราต้องถูกให้ออกจากงาน ให้ลืมเรื่องความกังวลใจให้เหลือเพียงความผ่อนคลาย เพราะเราจะได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนร่างกาย ทำให้เหมือนเป็นวันลาพักร้อนที่อาจจะยาวกว่าครั้งอื่น ๆ แต่ก็อาจจะมีคุณภาพกว่าครั้งไหน ๆ การที่ต้องว่างงานเป็นเวลานาน ๆ นั้นทำให้เรามีเวลามากพอ ในการพาตัวเองออกไปท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นที่นอกเหนือจากกว่าทำงาน เพราะเราจะรู้สึกว่าเรามีความสุขมากขึ้น ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องมีเจ้านายคอยสั่งงาน สามารถทำตามความต้องการของตัวเองได้มากเท่าที่ใจต้องการ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิว่าพักร้อนนานเกินไป

ทำงานพาร์ทไทม์หรือฟรีแลนซ์

          หากไม่รีบร้อนที่จะหางานประจำจนเกินไป ให้ลองมองหางานฟรีแลนซ์ หรืองานพาร์ทไทม์อื่น ๆ ทำดู เผื่อว่าเราจะได้ทดลองทำงานอื่นที่ตัวเองอยากทำมากกว่างานประจำ แล้วจะได้เป็นแนวทางในการต่อยอดการทำงานไปสู่การเป็นเจ้าของกิจการ หรือทำงานที่เป็นอิสระ โดยไม่ต้องมีเจ้านายมาคอยสั่งการ การเริ่มต้นด้วยการทำงานฟรีแลนซ์ หรือพาร์ทไทม์จะเป็นการรับประกันความเสี่ยง เพราะถ้าหากผิดพลาดเราก็ยังถอนตัวได้ทัน และเรียนรู้ได้ว่างานไหนเหมาะหรือไม่เหมาะกับเราอย่างไร และอาจจะเป็นโอกาสให้เราได้ลองเป็นเจ้านายตัวเอง ด้วยการเปิดกิจการอะไรบางอย่าง เพื่อจะได้ไม่ต้องหวนกลับไปทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกต่อไป ซึ่งเป็นการสร้างทางเลือกให้กับตัวเองให้มีมากขึ้น และค้นพบความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา

หาความรู้เพิ่มเติม

          ในช่วงที่ตกงาน หรือกำลังหางานใหม่อยู่นั้น ให้ลองแบ่งเวลาส่วนหนึ่งมาพัฒนาตัวเองด้วย อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เช่น การไปลงเรียนวิชาภาษาต่างประเทศอื่น ๆ เพื่อเพิ่มทักษะให้มีมากขึ้น การหาความรู้เพิ่มเติมในช่วงที่เราตกงานอยู่ จะทำให้เรามีสมาธิกับสิ่งที่เราเรียนอยู่มากกว่าการที่เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เพราะจะทำให้เราเหนื่อยจนเกินไป แล้วไม่สามารถเรียนรู้ได้ดีเท่าที่ควร ช่วงที่เราตกงานให้คิดว่าเป็นโอกาสทองที่เราจะได้ทำหลายสิ่งหลายอย่าง โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเวลาจะไม่พอ เพราะต้องทำงานประจำเป็นหลักควรทำหลังตกงาน

          การตกงานอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป เพราะเป็นโอกาสทองที่เราจะได้พัฒนาทักษะ และฝีมือตัวเองให้มีมากขึ้น และในขณะเดียวกันเราก็จะได้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ก่อนที่จะหางานใหม่อีกครั้ง การหาเวลาให้กับตัวเองเป็นการทำให้เราได้คุ้นเคยกับความสุขทีละเล็ก ทีละน้อย และเรียนรู้ว่าการทำงานที่ดีเป็นเช่นไร ขณะเดียวกันเราก็ได้ทบทวนการทำงานที่ผ่านมาด้วย เพื่อนำไปปรับใช้ให้การทำงานครั้งใหม่ดีขึ้นกว่าเดิม

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ สร้างโปรไฟล์กับ jobsDB

ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น™ อัปเดตรายละเอียดเกี่ยวกับ jobsDB

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทำอย่างไรไม่ให้ซึมเศร้าเมื่อต้องว่างงาน

วิธีรับมือกับภาวะตกงาน