ขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ 5 เปอร์เซ็นต์

          ของขวัญรับวันสงกรานต์ ครม.ไฟเขียวให้ขึ้นเงินเดือน 5% พนักงานรัฐวิสหกิจมีผล 1 เม.ย.นี้ ระบุเมื่อขึ้นเงินเดือนแล้ว ต้องได้รับไม่เกิน 50,000 บาท โดยให้ใช้เงินของรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ แถมต้องส่งเงินเข้าคลังให้ครบตามข้อตกลง ครม. ติง ผู้บริหารบางคนเงินเดือนสูงอยู่แล้ว จึงพิจารณาให้เฉพาะคนเงินเดือนน้อย ส่วนพนักงานธนาคาร 5 แบงก์รัฐ ครม.อนุมัติให้เงินโบนัสเพิ่มอีก 1 เดือน หลังช่วยปล่อยสินเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชาติ

          นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับอัตราค่าจ้างรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้นไม่เกิน 5% ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ครั้งที่ 2/54 เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 54 แต่เมื่อปรับแล้วพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องได้รับเงินเดือนไม่เกิน 50,000 บาทเท่านั้น รวมทั้งให้ใช้เงินงบประมาณของแต่ละรัฐวิสาหกิจเอง และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการนำส่งรายได้เข้าคลังใด ๆ กำหนดให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป

          รายงานข่าวกล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.ได้มีการเสนอให้ปรับขึ้นเฉพาะรัฐวิสาหกิจในกลุ่มที่ 3 รวม 36 แห่งที่ใช้บัญชีเงินเดือนโครงสร้างอัตราเงินเดือนค่าจ้าง 58 ขั้น ที่มีโครงสร้างเงินเดือนใกล้เคียงกับภาคราชการ เพื่อให้เป็นไปตามราชการ แต่อาจส่งผลกระทบต่อรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง เช่น การเคหะแห่งชาติ โรงงานยาสูบ องค์การสวนยาง เป็นต้น ขณะที่ รัฐวิสาหกิจอีก 2 กลุ่ม เช่น บมจ.ทีโอที ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) นั้นต่างมีเงินเดือนที่สูงกว่าราชการ หรือพนักงานบริษัทเอกชนบางแห่งด้วยซ้ำ หรือบางแห่งการขึ้นเงินเดือนขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการอยู่แล้ว

          รายงานข่าวแจ้งว่า ครม.ต่างแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางว่าจะมีผลบังคับใช้สำหรับพนักงานในตำแหน่งใด และใช้สำหรับพนักงานที่มีเงินเดือนเท่าใด ซึ่ง ครม.บางคนเห็นว่าผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในขณะนี้ก็ได้รับเงินเดือนมากกว่ารัฐมนตรีอยู่แล้ว ขณะที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความไม่เห็นด้วย ที่จะให้ขึ้นเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ขาดทุน ที่ต้องการให้ยุบเลิก อย่างไรก็ตาม นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม.ได้กล่าวในที่ประชุมว่า ควรกำหนดให้ขึ้นเงินเดือนแล้วต้องไม่เกินกว่า 50,000 บาทเท่านั้น เพราะในระดับชั้นผู้บริหารต่างมีเงินเดือนที่สูงอยู่แล้ว โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเห็นด้วย

          นพ.มารุต มัสยวานิช รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม. ยังเห็นชอบให้จ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษหรือเงินโบนัสให้กับพนักงานสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 5 แห่ง คือธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอิสลาม ธนาคารออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เพิ่มขึ้นจากเงินโบนัสเดิมอีกคนละ 1 เดือน จากการดำเนินงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 52 และ 53 ที่ผ่านมาที่ธนาคารทั้ง 5 แห่งช่วยปล่อยสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจรวมปีละกว่า 1 ล้านล้านบาทตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

          นายศุภชัย ยังแถลงด้วยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอให้มีการปรับราคารับซื้อน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น กก.ละ 1 บาท จากเดิมราคา กก.ละ 17 บาท เป็น 18 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่กระทรวงพาณิชย์ โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ อนุญาตให้ผู้ประกอบการนมพาณิชย์ปรับราคาขายและผลิตภัณฑ์นมในตลาดนมพาณิชย์ได้

ขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ          ทั้งนี้จะกำหนดราคากลางเปลี่ยนแปลงใหม่จากราคากลางเดิมที่ ครม.กำหนด เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 52 คือ 1. นมพาสเจอร์ไรส์ ราคาเดิม 6.26 บาทต่อถุง เป็น 6.37 บาทต่อถุง นมยูเอชทีชนิดกล่องราคากลางเดิม 7.55 บาทต่อกล่อง เป็น 7.61 บาทต่อกล่อง นมยูเอชทีชนิดซองราคากลางเดิม 7.45 บาทต่อกล่อง เป็น 7.51 บาทต่อซอง ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 โดยคณะอนุกรรมการจัดราคาน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นมเห็นควรให้ปรับราคา เพื่อให้ครอบคลุมราคาอาหารสัตว์ที่อาจปรับตัวสูงขึ้น จึงให้ใช้ต้นทุนการผลิตน้ำนมที่ 14.25 บาทต่อ กก. บวกกำไรเบื้องต้นเกษตรกร 2.6 บาทต่อ กก. และค่าบริหารจัดการศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ 1.15 บาทต่อ กก.