5 สัญญาณที่บอกว่าเรากำลังขาดประสิทธิภาพในการทำงาน

 

ขาดประสิทธิภาพในการทำงาน

          หลายคนรู้สึกว่าความตื่นเต้นในการทำงานมักจะเกิดขึ้นเฉพาะวันแรกของการทำงาน พอผ่านมาสัก 1-2 ปีแล้ว เราเริ่มรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม งานที่เราเคยรู้สึกว่าท้าทาย กลายเป็นงานที่จำเจ การทำงานในแต่ละวันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ มากกว่าเป็นงานที่เราอยากจะทำ นี่อาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกว่าเรากำลังขาดกำลังใจในการทำงาน ซึ่งนำไปสู่การขาดประสิทธิภาพในการทำงานในที่สุด

          หากเราเริ่มรู้สึกเราไม่ใช่คนทำงานคนเดิม คนที่พร้อมจะตื่นนอนตอนเช้ามาทำงานทุกวัน เราอาจจะต้องสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานขึ้นมาใหม่ เพื่อไม่ให้รู้สึกเบื่องานที่กำลังทำอยู่ เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกว่าเราเริ่มเบื่องาน จะทำให้เรายิ่งขาดประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำงานไปเพื่ออะไร

          เราลองมาสำรวจกันดูว่าเรากำลังขาดกำลังใจ จนทำให้ขาดประสิทธิภาพในการทำงานหรือไม่ หากเราเริ่มมองเห็นสัญญาณเหล่านั้น เราจะป้องกันอย่างไร หรือปรับปรุงตัวอย่างไร จึงจะทำให้เราเป็นคนทำงานคนเดิมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ และพร้อมที่จะทำงานต่อไป แม้ว่างานที่เราทำอยู่นั้นจะหนักหนาสาหัสเพียงใดก็ตาม

1. ไม่แสวงหาความท้าทาย

          ความก้าวหน้าในการทำงาน ส่วนหนึ่งมาจากการคิดค้นโปรเจกต์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างผลงาน และค้นพบความเป็นผู้นำที่มีอยู่ในตัวเอง แต่หากเริ่มรู้สึกว่าเราไม่ได้สนใจที่จะสร้างผลงานใหม่ ๆ อาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกว่าเราไม่อยากสร้างผลงานที่ดีกว่าเดิม สนุกอยู่กับเรื่องเดิม ๆ แสดงว่าเรากำลังขาดแรงจูงใจในการทำงาน

2. ทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ

          หากเราคือคนหนึ่งที่สามารถทำงานเดิมได้โดยไม่ต้องกังวลใจอะไรเลย อาจจะไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เพราะนั่นหมายความว่าเราไม่ได้ใช้ความคิดอะไรมากมายกับงานที่เราทำอยู่ แค่ทำให้เสร็จไปวัน ๆ หนึ่งเท่านั้น ไม่ต้องใส่ใจอะไรมากมายนัก ทำเสร็จแล้วก็กลับบ้าน ก็ดูจะมีความสุขดี แต่คงไม่ดีต่อหน้าที่การงานของเราอย่างแน่นอน

3. ไม่แข่งขัน ไม่แย่งชิง

          การบอกตัวเองว่าเราเป็นคนทำงานที่ไม่ชอบแข่งขันกับใคร เพราะเราใช้ชีวิตในรูปแบบที่เรียบง่าย แต่แนวคิดนี้อาจจะให้ผลตรงกันข้ามกันก็เป็นได้ การไม่แข่งขันอาจจะหมายถึงการไม่พัฒนาตัวเอง ไม่พยายามที่จะทำให้งานที่ทำอยู่ดีขึ้น แม้ว่าจะไม่ชอบแข่งขันกับใคร แต่เราต้องแข่งขันกับตัวเอง เพื่อพัฒนาให้ตัวเองทำงานเก่งขึ้น ไม่หยุดนิ่งอยู่ที่เดิม

4. บ่นทันทีที่เจอปัญหา

          ทุกครั้งที่การทำงานต้องประสบกับปัญหา เรามักจะเริ่มต้นด้วยการบ่น หรือหาข้ออ้างทันที เพราะคิดว่านั่นคือการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง แต่ในความเป็นจริงแล้ว นั่นอาจไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด เพราะเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ หรือแม้แต่หัวหน้างานจะมองว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานจอมบ่น มากกว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่เขาสามารถไว้ใจให้ช่วยแก้ปัญหาได้ การบ่นไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะทำให้เรื่องราวยิ่งยุ่งยากกว่าเดิม เมื่อเจอปัญหาควรเริ่มต้นด้วยการแก้ปัญหาจะดีที่สุด

5. มักจะทำงานผิดพลาดเสมอ

          คนทำงานมีโอกาสที่จะทำงานผิดพลาดกันได้ แต่ต้องไม่ทำผิดซ้ำ ๆ ด้วยเรื่องเดิม ๆ เพราะนั่นเท่ากับว่าเราไม่เคยมีบทเรียน หรือจดจำเพื่อนำไปปรับปรุงความผิดพลาด หากเราต้องการเป็นคนทำงานที่ทำงานดี เราต้องไม่ให้ความผิดพลาดเดิม ๆ มาทำลายศักยภาพของเรา เพราะจะทำให้เราไม่สามารถทำงานที่มีประสิทธิภาพได้

          เมื่อรู้สึกว่าการทำงานของเราเริ่มไม่ก้าวหน้าอีกต่อไปแล้ว เราควรรีบหาทางแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานในอนาคต อีกทั้ง รีบหาทางสร้างกำลังใจในการทำงาน ไม่ให้เกิดความรู้สึกท้อแท้ เพราะจะทำให้เราไม่สามารถทำงานที่มีคุณภาพได้

อย่าพลาดโอกาสได้งานดี มีโอกาสใหม่ ๆ มากมายรอคุณอยู่ที่นี่ทุกวัน สร้างอีเมลแจ้งงานด่วน

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เทคนิคการทำงานเป็นทีมให้เกิดประสิทธิภาพ

5 อุปสรรคในการทำงานที่ควรรู้