ไม่กล้าขอ ก็ไม่ได้ : ขอขึ้นเงินเดือนให้คุ้มค่ากับแรงกายแรงใจที่ทุ่มเทไป

ขอขึ้นเงินเดือน

          ทำงานมาก็ใกล้จะหมดปีเข้ามาทุกทีแล้วนะคะ ลองมาทบทวนดูว่าปีนี้คุณก้าวเข้าไปใกล้ความสำเร็จทางการงานและอาชีพมากน้อยแค่ไหนกันแล้ว ทุกวันนี้คุณได้รับเงินเดือนคุ้มค่ากับที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปหรือไม่ ถ้าคำตอบคือ “ไม่” ถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะขอขึ้นเงินเดือนค่ะ

          จากรายงานการสำรวจของ Fast Company บริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านสื่อทางธุรกิจชั้นนำระดับโลกพบว่า 49% ของผู้สมัครงานไม่เคยลองเจรจาต่อรองขอขึ้นเงินเดือนตั้งแต่ได้รับการเสนอเงินเดือนในครั้งแรก เหตุผลที่ทำให้พวกเขาไม่กล้าขอเพราะ “ความกลัว” ผลการสำรวจยังอ้างคำกล่าวของนักวิจัย Michelle Marks และ Crystal Harold ที่พบว่า “พนักงานที่กล้าเจรจาต่อรองขอขึ้นเงินเดือนกับนายจ้างนั้น สามารถทำเงินได้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีเลยทีเดียว”

          จากผลการวิจัยชื่อดัง Women Don’t Ask – ผู้หญิงไม่ถาม ของ Linda Babcock พบว่าผู้หญิงส่วนใหญ่มักสงวนท่าทีในการขอขึ้นเงินเดือน มีเพียง 7% เท่านั้นที่กล้าต่อรองกับนายจ้างขอขึ้นเงินเดือนตั้งแต่เงินเดือนออกครั้งแรก ตรงกันข้ามกับผู้ชายที่มักจะเจรจาขอเงินเดือนขึ้นในครั้งแรกถึงกว่า 57%

          หากคุณเป็นคนหนึ่งที่พบว่ากระบวนการการเข้าไปขอเงินเดือนขึ้นกับนายจ้างเป็นอะไรที่น่ากลัวแล้วล่ะก็ อย่ากังวลไปนะคะ jobsDB ได้รวบรวม 5 วิธีขจัดความกลัว แล้วไปขอขึ้นเงินเดือนให้สมกับที่คุณทุ่มเททำงาน ซึ่งจะช่วยเติมความมั่นใจและมีอำนาจการต่อรองที่สตรองพอที่จะไปพูดกับนายจ้างของคุณมาฝากค่ะ

1. ไม่กล้าขอ ก็ไม่ได้

          ถ้าคุณคิดว่าความขยันมุมานะ ความพยายามและทุ่มเทให้กับองค์กรของคุณจะถูกมองเห็นและได้รับการยอมรับจากเจ้านายด้วยการได้โบนัส ได้เลื่อนตำแหน่ง และได้เงินเดือนขึ้นโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องร้องขอแต่อย่างใดแล้วล่ะก็…….ตื่นค่ะ! เพราะความจริงมันโหดร้าย มันมักไม่เป็นอย่างที่คุณคิด!

          “ถ้าคุณไม่กล้าขอ คุณก็จะไม่ได้” ง่าย ๆ เท่านี้เองค่ะ ไม่เถียงค่ะว่าการบุกเดี่ยวเข้าไปขอขึ้นเงินเดือนจากเจ้านายเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจ อาจทำให้คุณรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะพูด และเสี่ยงมากกับการถูกเจ้านายตอบปฏิเสธให้เสียความมั่นใจได้ แต่การถูกปฏิเสธในการขอขึ้นเงินเดือนนี้ ก็เป็นแค่อีกเรื่องหนึ่งที่ผ่านมาแล้วเดี๋ยวมันก็ผ่านไป มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรขนาดนั้น ดีไม่ดีการเริ่มพูด เริ่มต่อรองขอขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ อาจกลายเป็นบันไดก้าวแรกที่จะทำให้คุณได้รับเงินเดือนที่คุ้มค่าในอนาคตก็เป็นได้ แค่คุณมีความกล้าที่จะเริ่มต้น ก็แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในตัวเองและความเป็นนักสู้ของคุณซึ่งอย่างน้อยจะทำให้เจ้านายได้สังเกตเห็นอะไรในตัวคุณขึ้นมาบ้าง และทำให้คุณโดดเด่นขึ้นมาได้ค่ะ

2. ไม่สำคัญว่าตอนนี้คุณได้เงินเดือนอยู่เท่าไหร่

          ตัวเลขที่คุณขอเพิ่มขึ้นไม่ควรคิดมาจากฐานเงินเดือนที่คุณได้รับแต่เพียงอย่างเดียว แต่ควรคิดจากมูลค่าของตัวคุณในตลาดงาน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและฐานเฉลี่ยเงินเดือนของเพื่อนร่วมงานของคุณประกอบเข้าไปด้วย

3. รู้ว่าคุณทุ่มเททำอะไรให้บริษัทบ้าง

          ในการขอขึ้นเงินเดือนนั้น ยังจำเป็นต้องรู้ว่าตัวคุณเองได้ทุ่มเททำผลงานอะไรให้กับบริษัทบ้าง รวมถึงทักษะและประสบการณ์ของคุณที่จะช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้ เมื่อคุณทำงานหนักแต่ไม่มีใครเห็นก็ไม่มีประโยชน์ jobsDB จึงอยากแนะนำให้คุณฝึกฝน “ศิลปะในการโฆษณาความสำเร็จของตัวคุณ” เพื่อให้นายจ้างได้รู้ถึงความทุ่มเทและความตั้งใจให้กับการทำงานของคุณ

          นอกจากนี้คุณยังต้องรู้ว่าจะสร้างโอกาสให้ตัวเองและแสดงออกอย่างมั่นใจได้อย่างไรในการต่อรอง วิธีการที่จะทำให้การเจรจาประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นคือ คุณต้องลองค้นคว้าหาข้อมูลว่าตอนนี้เทรนด์การขอเงินเดือนขึ้นเป็นอย่างไร ควรคำนวณตัวเลขมากน้อยแค่ไหนถึงจะเหมาะสม โดยอาศัยช่องทางออนไลน์ ตามบอร์ด กระทู้ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งสอบถามจากเพื่อน ๆ ในแวดวงของคุณ ว่าโดยทั่วไปแล้วควรได้เงินเดือนเท่าไรตามเนื้องานและความรับผิดชอบที่ได้รับ คุณควรค้นคว้าจนมั่นใจและมีตัวเลขเงินเดือนที่คุณต้องการอยู่ในหัวก่อนที่จะเข้าไปขอขึ้นเงินเดือน มิฉะนั้นแล้วคุณอาจตกเป็นรองในการเจรจาและตัวเลขที่คุณได้รับเสนอมาอาจเบี่ยงเบนไปตามความต้องการของนายจ้างแทน

4. มีแผนสำรอง ถ้าขอขึ้นเงินเดือนไม่สำเร็จ

          เวลาจะทำอะไรก็ตาม อย่าไปทุ่มเทหมดหน้าตัก คุณควรมีแผนสำรองไว้ด้วย อย่างการขอขึ้นเงินเดือน คุณควรมีตัวเลขในใจมากกว่าหนึ่ง เผื่อเวลาที่เจ้านายปฏิเสธตัวเลขที่คุณเสนอไปในครั้งแรก คุณจะได้เสนอตัวเลขที่คิดว่าน่าจะต่อรองกันได้ดูด้วย นอกจากจำนวนเงินเดือนที่เป็นตัวเลขแล้วนั้น คุณอาจลองยกข้อเสนอที่เป็นสิทธิพิเศษต่าง ๆ แทนตัวเงินก็ได้ เช่น เวลาการทำงานที่ยืดหยุ่นได้ วันลาพักร้อนที่เพิ่มขึ้น หรือการได้งบเพิ่มสำหรับการไปสัมมนาหรืออบรม เป็นต้น สิ่งสำคัญคือ มองการขอขึ้นเงินเดือนให้เป็นภาพใหญ่ แทนการมองข้อเสนอในแง่ของตัวเงินเพียงอย่างเดียว

5. พยายามวางเฉยและทำตัวเป็นกลางตลอดการเจรจาต่อรอง

          หนึ่งในกฎพื้นฐานของการเจรจาต่อรองคือคุณต้องมีหน้าวางเฉยที่ทำให้คนอื่นไม่รู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ เพื่อให้เขาเดาทางคุณไม่ถูก การวางเฉยและแสดงความรู้สึกเป็นกลางในการเจรจาจะช่วยให้คุณสงบและมีสมาธิตลอดกระบวนการ ถึงแม้จะฟังดูพูดง่ายกว่าทำก็ตาม การที่คุณแยกอารมณ์ความรู้สึกให้ออกมาจากภาวะที่เป็นอยู่จะทำให้คุณสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้น

          เหนือสิ่งอื่นใด คุณควรเข้าไปคุยกับเจ้านายเรื่องการขอขึ้นเงินเดือนด้วยความมั่นใจ ว่าคุณสมควรที่จะได้รับมันจริง ๆ ความมั่นใจที่คุณแสดงออกมาจะมีผลต่อคู่สนทนาของคุณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมว่าคุณมั่นใจได้แต่ต้องไม่ก้าวร้าว เพราะคุณต้องการสร้างความประทับใจให้กับเจ้านาย ไม่ใช่ต้องการข่มขู่เขาเพื่อให้ได้ในสิ่งที่คุณต้องการ ขอให้โชคดีค่ะ

สอบถามเทคนิคการหางาน และเทคนิคการทำงานได้ง่าย ๆ หรือหางานจากบริษัทชั้นนำมากมาย แค่ add friend แล้วแชทมาคุยกับเราเลย ที่นี่เพิ่มเพื่อน

สร้างโปรไฟล์

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

5 วิธีเตรียมตัวเตรียมใจ (คิด) เปลี่ยนงานใหม่หลังโบนัสออก

โชว์ความสามารถในการทำงานยังไง ให้ดูไม่อวดเก่ง