เก็บเงินไว้ใช้ยามเกษียณด้วยกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ อีกหนึ่งวิธีออมเงินของมนุษย์เงินเดือน

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ Retirement Mutual Fund: RMF เป็นกองทุนรวมที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการออมและการลงทุนของผู้มีรายได้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณ โดยกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นคนละประเภทกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund ที่เป็นสวัสดิการของบริษัทเพื่อส่งเสริมการออมของพนักงานด้วยเงิน 4 ส่วน คือ เงินสะสม เงินสมทบ ผลประโยชน์เงินสะสมและผลประโยชน์เงินสมทบ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพคืออะไร?

จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ระบุว่ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นกองทุนรวมประเภทที่ส่งเสริมให้เกิดการออมเงินระยะยาวไว้สำหรับใช้จ่ายยามเกษียณอายุ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับกองทุนทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพเป็นการลงทุนในระยะยาว โดยจะเน้นลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างเช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล และกองทุนที่มีความเสี่ยงปานกลาง เช่น ตราสารหนี้ภาคเอกชน ไปจนถึงกองทุนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งผู้ลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนการลงทุนได้ตามความเหมาะสม

สำหรับผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อสนับสนุนให้เกิดการออมที่มากขึ้น โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี 2 ทางด้วยกัน คือ

  1. ลดหย่อนภาษีเงินได้ เมื่อมีการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการสำรองเลี้ยงชีพ ผู้ลงทุนจะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง โดยเงินลดหย่อนจะไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน
  2. กำไรจากการขายหน่วยลงทุน เมื่อมีการขายหน่วยการลงทุนผู้ลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เว้นแต่มีการลงทุนเกิน 15% ของเงินได้หรือ 500,000 บาทจะไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้

เงื่อนไขในการลงทุนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

            สำหรับผู้ที่ควรลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพคือผู้ที่ต้องการวางแผนทางการเงินเพื่อมีเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ สิ่งสำคัญคือต้องมีวินัยในการออมสม่ำเสมอเพราะกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีข้อกำหนดเงื่อนไขในการลงทุนซึ่งหากผิดเงื่อนไขจะต้องมีการจ่ายเบี้ยปรับและคืนภาษีย้อนหลัง 5 ปีซึ่งดูจะไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย โดยเงื่อนไขของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีดังต่อไปนี้

  1. เมื่อเริ่มลงทุนแล้วต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยซื้อหน่วยลงทุนของ RMF ไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง
  2. ต้องไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปีติดต่อกัน (ยกเว้นว่าปีใดที่ไม่มีเงินก็ไม่ต้องลงทุน)
  3. การขายคืนหน่วยลงทุนทำได้เมื่อผู้ลงทุนอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก (นับเฉพาะปีที่มีการซื้อหน่วยลงทุนเท่านั้น หากปีใดที่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนจะไม่ถูกนับรวมในอายุการลงทุน)

การผิดเงื่อนไขการลงทุน คือ

  1. ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปีติดต่อกันทั้งที่ยังคงมีรายได้
  2. ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่ผู้ลงทุนจะอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
  3. ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่จะมีการลงทุนครบ 5 ปี

โดยจากเดิมมีการกำหนดว่าต้องมีการลงทุนขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ในแต่ละปี หรือ 5,000 บาท แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า แต่เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมาได้มีการปรับเกณฑ์การลงทุนโดยไม่มีการกำหนดวงเงินขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุน แต่ยังต้องลงทุนต่อเนื่องตามเงื่อนไข โดยนับเวลาแบบวันชนวัน เริ่มจากวันแรกที่ได้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุน

ใครควรลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

          ไม่ว่าใครก็ตามที่มีการวางแผนเก็บเงินออมเพื่อการเกษียณควรลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือลูกจ้างที่นายจ้างไม่ได้จัดให้มีกองทุนสำรองเพื่อการเลี้ยงชีพเป็นสวัสดิการ เพราะกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพนี้จะช่วยรองรับการใช้ชีวิตช่วงหลังเกษียณได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามการวางแผนทางการเงินเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน ใครที่เริ่มต้นได้เร็วกว่าก็จะยิ่งได้เปรียบในบั้นปลายชีวิตมากยิ่งขึ้น การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยเก็บสำรองเงินไว้ให้กับตัวเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือการลงทุนมีความเสี่ยงอยู่เสมอดังนั้นการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในการลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้อย่างเด็ดขาด

#ให้ก้าวแรกของการทำงานกำหนดเส้นทางชีวิตคุณ
#jobsDB

หางานได้ง่ายกว่าเดิมผ่าน application บนมือถือจาก jobsDB ทั้งiOS และ Android โหลดเลย