เงินได้แบบไหนบ้างที่ต้องนำไปคำนวณภาษี

moneytotax

          เงินได้พึงประเมิน คือรายได้ใด ๆ ที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง กำไร ดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่อาจคิดคำนวณเป็นเงินได้ ที่เข้าลักษณะต้องนำมาใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

          ทั้งนี้เงินได้พึงประเมินที่ต้องนำไปใช้ในการคำนวณภาษีสามารถแบ่งออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้

  • เงินได้จากการจ้างงาน ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยงโบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็ด บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่า เช่า เงินที่นายจ้างชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ ที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ที่นายจ้างให้ลูกจ้างเนื่องจากการจ้างแรงงานเป็นประจำ ซึ่งอาจจะรับเป็นเงินสดหรือตราสารที่มีค่าเสมือนเงินสด เช่น ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน เช็ค ดร๊าฟต์ ธนาณัติ เป็นต้น
  • เงินได้จากค่ากู๊ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น ได้แก่ ค่าความนิยม ค่าสิทธิ เงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ หรือเงินได้รายปีอันมาจากพินัยกรรม นิติกรรมอื่น ๆ หรือจากคำพิพากษาของศาล
  • เงินได้จากเงินปันผล ดอกเบี้ยจากธนาคาร เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่น ๆ ที่ได้จากบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือกองทุนรวม เงินที่เกิดจากการลดทุนหรือเงินเพิ่มทุนของบริษัท เงินโบนัส ผลประโยชน์ที่เกิดจากการควบรวมกิจการของบริษัท หรือซื้อกิจการ หรือเลิกกิจการ ผลประโยชน์ที่เกิดจากการโอนหุ้น รวมถึง เงินรางวัลหรือของรางวัลที่ได้รับจากการชิงโชค เช่น ทองรูปพรรณ รถจักรยานยนต์ ตู้เย็น โทรทัศน์ เป็นต้น
  • เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน และเงินที่เกิดจาการผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน หรือสัญญาซื้อ-ขายเงินผ่อนซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้น โดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับไว้แล้ว ทั้งนี้ ค่าเช่านั้นหมายรวมถึง เงินอย่างอื่นที่ผู้ให้เช่าเรียกเก็บด้วย ไม่ว่าจะเป็นเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซมที่เรียกเก็บนอกเหนือจากค่าเช่า หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ผู้ให้เช่าได้รับ เช่น ได้กรรมสิทธิ์ในอาคารหรือโรงเรือนที่ผู้เช่าทำการก่อสร้างลงบนที่ดินของผู้ ให้เช่า แล้วยกให้
  • เงินได้จากวิชาชีพอิสระ ซึ่งหมายถึงการประกอบการที่ต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ และสติปัญญาเฉพาะตัวของผู้มีเงินได้เองตามประเภทวิชาชีพนั้น ๆ ซึ่งกำหนดไว้6 ชนิด คือ วิชากฎหมาย วิชาการประกอบโรคศิลป วิชาวิศวกรรม วิชาสถาปัตยกรรม วิชาการบัญชี และวิชาประณีตศิลปกรรม
  • เงินได้จากการรับเหมาก่อสร้างหรืองานอื่น ๆ ซึ่งเข้าลักษณะเป็นการรับจ้างทำของโดยผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระอย่าง อื่นนอกจากเครื่องมือ เช่น รับเหมาก่อสร้างอาคาร ผู้รับเหมาต้องเป็นผู้จัดหาวัสดุสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้าง ได้แก่ อิฐหิน ปุน ทราย เหล็ก ไม้ กระจก กระเบื้อง เป็นต้น
  • เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งหวังผลทางการค้าหรือหากำไร เป็นเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดก หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หา การได้อสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าโดยทางมรดก หรือได้รับการยกให้โดยเสน่หานั้น เป็นการได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร และไม่มีต้นทุน
  • เงินได้จากการทำธุรกิจ การค้า การเกษตร อุตสาหกรรม การขนส่ง หรือกิจการอื่น ๆ ซึ่งหมายความรวมถึงเงินได้พึงประเมินทุกประเภททุกชนิด ไม่ว่าเงินได้นั้นจะได้มาโดยวิธีการใดก็ตาม และไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 ถึงประเภทที่ 7 แล้ว ต้องถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8