การทำธุรกิจยุคใหม่ ในโลกไร้พรมแดน

          ยุคปัจจุบันนั้น เป็นยุคที่ต้องใช้การสื่อสารเข้ามาช่วยในการทำธุรกิจมากที่สุด ฉะนั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่จึงจำต้องมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต และต้องมีกลยุทธ์ในการทำธุรกิจอย่างรอบด้าน ถ้าท่านผลิตสินค้าได้ ท่านต้องเรียนรู้การสร้างตราสินค้า ไม่เช่นนั้นสินค้าของเราก็จะกลายเป็น Commodity ทำให้เราต้องสู้กับเขาเฉพาะค่าแรงเท่านั้น เพราะว่าผู้คนส่วนมากจะยึดติดกับตราสินค้า และเรียนรู้ประสบการณ์ของสินค้าจากตราสินค้ามากกว่าการคำนึงถึงราคา การสร้างแบรนด์ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขันในปัจจุบันนี้การทำธุรกิจให้อยู่รอดได้ เรื่องของการตลาดต้องเป็นตัวนำ ยุคนี้นักการตลาดจะต้องเป็นใหญ่ การตลาดจะเป็นหนทางทำให้เงินเข้าสู่บริษัท และนักการตลาดในปัจจุบันนี้จำเป็นต้องเป็นพวกรู้มากและรู้ทุกอย่าง หรืออย่างที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Jack of All Trade นั่นเอง

          การตลาดสมัยใหม่นั้น มีกฎของการบริการง่ายๆ 2 ข้อเท่านั้น คือ

  1. ลูกค้าถูกเสมอ
  2. ถ้าลูกค้าทำผิดให้กลับไปดูกฎข้อที่ 1 ใหม่

การทำธุรกิจยุคใหม่          เพราะว่าลูกค้าจะต้องถูกเสมอ ลูกค้าคือพระเจ้า แต่อย่างไรก็ตาม คนที่เป็นพระเจ้าจริงๆ นั้นก็คือ พนักงานขององค์กรนั้น เพราะว่าถ้าองค์กรใดมีสินค้าดี แต่มีพนักงานไม่มีคุณภาพ หรือไม่มีจิตวิญญาณของการให้บริการ บริษัทนั้นก็จะไม่เจริญก้าวหน้า เพราะพนักงานก็คือทรัพยากรมนุษย์ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจในปัจจุบัน และถ้าประเทศใดองค์กรใด บริษัทใดใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการองค์กรนั้นก็จะได้เปรียบทางการแข่งขัน

          ถ้าท่านอยากประกอบธุรกิจในโลกไร้พรมแดนได้ประสบความสำเร็จ ท่านต้องเน้นที่ กลยุทธ์4C แทนที่จะหันมามองที่ 4P อย่างเดิมๆ 4C นั้นคือ 1. Consumer 2. Cost 3.Convenience และ 4. Communication

          เราจึงได้ยินบ่อย ๆ ว่านักการตลาดส่วนใหญ่หันมาศึกษาหาความรู้ในเรื่อง CRM ส่วนการผลิตสินค้านั้น เราต้องคำนึงถึงต้นทุน และหาทางลดต้นทุนให้ได้ เพราะการขึ้นราคาสินค้าตามใจชอบทำไม่ได้อีกแล้ว คู่แข่งขันมีมาก ทันทีที่เราขึ้นราคา ลูกค้าเราก็อาจหันไปหาคนอื่นได้ ฉะนั้น ในยุคนี้เราจึงได้ยินการสัมมนาว่าด้วยเรื่อง การจัดการโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain Management (SCM) เพราะกระบวนการจัดการโซ่อุปทานนั้น สามารถทำให้เราลดต้นทุนการผลิตได้ไม่ต่ำกว่า 10-30 % เลยทีเดียว ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้านั้น แต่เดิมเราก็ขายสินค้าผ่านร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีก เดี๋ยวนี้บรรดา Modern Trades เกิดขึ้นมากมาย ช่องทางการจัดจำหน่ายจึงต้องคำนึงถึงการให้ความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภค และนั่นก็คือ Convenience นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายในเรื่องการทำ Home Delivery หรือการทำธุรกรรมทางธนาคารที่บ้าน หรือผ่านทางมือถือ เป็นต้น และสุดท้ายการทำโปรโมชั่น ต้องเป็นแบบการสื่อสารครบวงจร หรือ Communication และต้องเป็น Total Communication หรือ IMC นั่นเอง

          สินค้าบางอย่าง ผู้ซื้อมักจะถามจากเพื่อน ๆ มากกว่าการดูจากโฆษณา อย่างเช่น การตกแต่งบ้าน การซื้อเฟอร์นิเจอร์ เราต้องทำให้ลูกค้าเราพึงพอใจสูงสุด จะได้ทำให้ลูกค้าไปบอกต่อได้ ก็คือการให้ลูกค้าทำหน้าที่เป็นพนักงานขายแทนเรา ซึ่งมีอำนาจมากกว่าการส่งพนักงานขายไปขายอีก เพราะคนส่วนมากมักจะฟังเพื่อน ๆ บอกว่าสินค้าชิ้นนี้ดีหรือไม่

          การตลาดยุคนี้ จึงเป็นยุคที่ทุกคนพยายามจะรักษาลูกค้าเก่าไว้มากกว่าการมุ่งหาลูกค้าใหม่ เพราะหากท่านขายสินค้าให้กับลูกค้าเก่าโดยเอาใจใส่เขาอย่างดี สร้างประสบการณ์ที่ดีกับเขา ลูกค้าก็จะซื้อเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ท่านเอาใจใส่ลูกค้าใหม่ เพราะต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่นั้น แพงกว่าต้นทุนในการหาลูกค้าเก่ามากถึง 6-7 เท่าตัวเลยทีเดียว

ที่มา : นิตยสาร brandage

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เทคนิคเสริมพลังสมอง กับการประยุกต์ทางธุรกิจ

วิธีรักษาการได้เปรียบทางการแข่งขัน