กรดไหลย้อน โรคฮิตหนุ่มสาวออฟฟิศกลุ่มเสี่ยง

gerd_100          สงสัยไหมว่า ช่วงที่ผ่านมานี้เราได้ยินเกี่ยวกับโรค “กรดไหลย้อน” บ่อยขึ้น และคนใกล้ตัวเราเป็นโรคนี้กันมากขึ้น วันนี้ jobsDB จึงนำข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาฝากเพื่อให้คนทำงานออฟฟิศได้รู้ทันโรค และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคนี้ เพราะว่า มันเป็นโรคที่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิดค่ะ

สาเหตุของโรค เกิดจากพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมของคนทำงาน ทำให้กรดที่ออกมาย่อยอาหารไหลย้อนขึ้นไปบนหลอดอาหารซึ่งไม่ทนต่อกรด

  1. ชอบกินชา กาแฟ และของมัน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นทำให้กล้ามเนื้อหูรูดส่วนต่อระหว่างกระเพาะอาหารและหลอดอาหารคลายตัว
  2. กินอาหารไม่เป็นเวลา ชอบกินจุบจิบ กินอาหารเย็นหนัก ๆ หรือกินมื้อดึกอิ่มแล้วนอนทันที
  3. การสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดรูปจนเกินไป จะเพิ่มความดันในช่องท้องมากขึ้น
  4. ท่านอนที่ไม่ถูกต้อง หัวเสมอหรือต่ำกว่าลำตัว

อาการ เมื่อกรดไหลย้อนขึ้นมาจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนกลางอก จุกในลำคอ แน่นท้อง แน่นหน้าอก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว ขมในปาก คลื่นไส้ นอนไม่ค่อยหลับ กลืนอาหารลำบาก เจ็บคอ ทรมานมาก ถ้าใครมีอาการดังกล่าวละก็ รีบไปพบแพทย์นะคะ เพราะหากปล่อยให้หลอดอาหารระคายเคืองไปนาน ๆ อาจทำให้เป็นมะเร็งหลอดอาหารได้

การรักษา เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าคุณเป็นโรคกรดไหลย้อน แพทย์มักจะให้ยาในกลุ่มยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร พร้อมกับย้ำให้คุณเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ต่อไปนี้

  1. ไม่รับประทานอาหารอิ่มเกินไปในแต่ละมื้อ ควรรับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ เพื่อให้มีอาหารในกระเพาะอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจะได้ไม่ต้องทำงานหนักในการย่อยอาหาร สามารถย่อยอาหารได้หมดก่อนที่เราจะเข้านอน อย่ากินอย่างเร่งรีบ เคี้ยวอาหารให้ละเอียด อย่าดื่มน้ำมากในขณะรับประทานอาหาร
  2. ไม่ควรล้มตัวลงนอนในช่วง 2-3 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร เพราะกรดที่ออกมาย่อยอาหารยังไม่หมด ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นไปได้
  3. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดไม่กระชับ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช็อกโกแลต เปปเปอร์มินต์ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน น้ำมัน ของทอด อาหารขยะ และอาหารที่มีไขมันสูงทั้งหลาย เป็นต้น
  4. หลีกเลี่ยงอาหารที่ไปเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร เช่น ชา กาแฟ กระเทียม หัวหอม พริกและอาหารเผ็ดร้อน หน่อไม้ฝรั่ง ไข่ พาสต้า ก๋วยเตี๋ยว แป้งข้าวโพด ลูกพรุน ส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำอัดลม น้ำตาล อาหารขยะ และอาหารที่ผ่านการแปรรูป เป็นต้น
  5. ปรับท่าทางการนอนให้ถูกต้อง นอนหนุนหมอนให้หัวสูงกว่าลำตัว พยายามนอนตะแคงขวา เพื่อจะได้ไม่กดทับท้องจนกรดไหลย้อน
  6. อย่าใส่เข็มขัด เสื้อผ้า กางเกง หรือกระโปรงที่รัดแน่นจนเกินไป เพื่อไม่ให้ความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น
  7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้มากจนเกินไป
  8. พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่เครียดจนเกินไป เพราะความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีกรดมาก
  9. เมื่อรู้สึกว่ากรดไหลย้อน ให้ดื่มน้ำ กลืนน้ำลาย หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อช่วยสลายกรด

ใครที่มีพฤติกรรมการกิน การนอนตามที่กล่าวมาข้างต้น โรคกรดไหลย้อนอาจมาหาคุณได้สักวัน รู้ตัวแล้วควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า จะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงไร้โรคภัยค่ะ

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ท่าโยคะง่าย ๆ รักษาออฟฟิศซินโดรม

ผลเสียของการทำงานหนักเกินไป

ยืดเส้นยืดสายคลายปวดเมื่อย