10 วิธีหาร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ดีๆ
 |
หลายคนเคยเจอปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์บ่อยๆ เช่น อาการจอมืด, จอฟ้า, ซีดีรอมไม่ทำงาน หรือฮาร์ดิสก์เสีย และปัญหาอื่นๆ อีกจิปาถะ ถึงแม้ว่าตอนจะเหลือการรับประกัน 2 ถีง 3 ปี แต่ส่วนใหญ่แล้วเราก็ไม่ได้ซื้อคอมบ่อยขนาดนั้น ดั้งนั้นการซ่อมจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราก็คงไม่คิดที่จะยกไปซ่อมที่ร้านหรือศูนย์บริการบ่อยๆ เพราะบางคนบ้านอาจอยู่ไกล หรือไปไม่สะดวก เราเลยต้องซ่อมด้วยตัวเอง
1. ควรที่จะเก็บข้อมูลที่สำคัญเก็บไว้ เผื่อในกรณีต้องการจะใช้ข้อมูลในอนาคต ถ้าเป็นเอกสารสำคัญถ้าไม่สามารถแยกออกมาเก็บไว้ได้ ก็ควรที่จะพิมพ์หรือทำสำเนาออกมาให้หมดก่อน และทางด้าน Hardware ควรที่จะเก็บใบเสร็จ ใบรับประกันไว้ด้วย
2.ควรที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Hardware คอมพิวเตอร์ก่อนที่จะซื้อ เพราะต้องนึกถึงการซ่อมแซมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะบางร้านรับซ่อมจะมีการคิดค่าตรวจสอบเครื่องด้วย ไม่ว่าเครื่องจะอยู่ใน ประกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งเรื่องของประกันที่บริษัทมีให้ ไม่ว่าจะในเรื่องประกัน การขยายระยะประกัน หรือว่าค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณประหยัดทั้งเงินและเวลาได้ในอนาคต
3.ควรจดบันทึกอาการเสียที่เกิดขึ้นของคอมพิวเตอร์ จดบันทึกอาการต่างๆ ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Error Messages ต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อช่าง หรือผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์อาการได้ตรง และให้จดบันทึกอาการที่เกิดขึ้นให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่ช่างจะได้ซ่อมได้เร็วและตรงจุด ซึ่งทั่วไปช่างหรือคนที่จะซ่อมให้เรามักจะถามว่าอาการมันเป็นอย่างไร ไปทำอะไรมา เกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะเมื่อเราสามารถเล่าเหตุการณ์ หรืออาการทั้งหมดแล้วร้านซ่อมก็สามารถซ่อมได้ตรงจุด
4.ควรสำรวจร้านให้ทั่ว ๆ เพราะการนำคอมพิวเตอร์ไปซ่อมกับบริษัทหรือร้านที่เราซื้อมาก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป บางครั้งซ่อมกับบริษัทอาจทำให้คุณต้องเสียทั้งเงินและเวลามากกว่าที่ควรเป็นก็ได้ วิธีที่ดีคือ ควรที่จะสำรวจร้านอื่นๆ ดูว่ามีการบริการอย่างไร ราคาสมเหตุผลไหม ราคาซ่อมเท่าไหร่ ค่าซ่อมเครื่อง ค่าแรง หรือเรียกช่างไปซ่อมที่บ้าน แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับร้านอื่นๆ ซึ่งบางร้านที่เล็กๆ อาจจะมีความรับผิดชอบ หรือราคาสมเหตุสมผลกว่า
5.การบริการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ก็เป็นอีกความสะดวก และเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความมีประสิทธิในการเต็มใจให้บริการ โดยดูจากการลองโทรไปสอบถามอาการ หรือบอกถึงปัญหาต่างๆ แล้วดูว่ามีการตอบรับอย่างไร เช่น ให้รอสายนานเท่าไหร่ เต็มใจที่จะให้คำตอบหรือไม่ แค่นี้ก็ทำให้รู้แล้วว่าเราควรซ่อมที่ร้านนี้หรือไม่ แล้วอย่าลืมบอกเลขที่บิลหรือ Serial Number ของคอมพิวเตอร์ไว้เพื่อความสะดวก หรือจะโทรไปรายการ 94 FM ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14:00-15:00 ที่นี้รับตอบปัญหาทุกเรื่องดีมากเลย
6.ร้านหรือบริษัทที่รับซ่อมคอมพิวเตอร์ต่างๆ จะมีการคิดค่าธรรมเนียมเมื่อยกเครื่องไปซ่อม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาเพราะการตรวจเช็คต้องใช้เวลา และบางครั้งอุปกรณ์ตัวไหนเสียช่างก็จะเป็นคนบอกว่าต้องเปลี่ยนหรือซ่อมอะไรบ้าง ซึ่งร้านจำเป็นต้องคิดค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ แต่ก็มีบางร้านที่ไม่ได้คิดค่าธรรมเนียมเหมือนกัน บางร้านอาจจะคิดค่าธรรมเนียมถูก หรือแพงไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นเราควรที่จะสำรวจเครื่องเราก่อนว่าเป็นอะไร จะได้ไม่ต้องเสียเงินมากโดยใช่เหตุ
7.เมื่อเรานำเครื่องไปตรวจสอบอาการแล้วจากหลายๆ ร้าน ทีนี้เราก็มาตัดสินใจว่าจะซ่อมร้านไหนดี เพราะบางร้านอาจอ้างว่าอะไหล่ชิ้นนี้หมดประกันไปแล้ว หรือไม่มีของใน Stock จากศูนย์แล้ว เพราะฉะนั้นเราควรถามว่าอะไหล่ หรือชิ้นส่วนที่เสียสามารถเอาไปเปลี่ยนเป็นรุ่นที่ใหม่กว่าแล้วเพิ่มเงินได้ไหม เพราะถ้าทำได้ก็ช่วยประหยัดเงินไปได้มากเหมือนกัน
8.เตรียมเครื่องให้พร้อมก่อนนำไปซ่อม เพราะเมื่อเรานำไปซ่อมแล้วเราอาจจะต้องทิ้งคอมไว้ที่ร้านเพื่อรอซ่อม(ในกรณีที่เครื่องมีอาการหนัก) เราควรตรวจสอบว่าได้สำรองข้อมูลที่สำคัญเอาไว้แล้ว จด Serial Number ของ Hardware ต่างๆ แล้วหรือยัง เพื่อที่จะได้ตรวจสอบกับอุปกรณ์ที่นำมาเปลี่ยน และควรลบข้อมูลส่วนตัวออกให้หมดเช่น อินเตอร์เน็ทพาสเวิร์ด เพื่อป้องกันถูกลักลอบนำไปใช้
9.ควรขอรายการที่เป็นเอกสารการซ่อมจากร้าน ซึ่งก่อนที่เราจะทิ้งเครื่องเอาไว้ที่ร้านอย่าลืมขอเอกสารที่บอกถึงชิ้นส่วนที่จะเปลี่ยน และระยะเวลาในการซ่อม เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายแอบแฝง แล้วอย่าลืมถามถึงการ รับประกันหลังการซ่อม
10.ควรติดตามความคืบหน้ากับร้านที่ซ่อมโดยการโทรไปถามว่าทำการซ่อมไปถึงไหนแล้ว เปลี่ยนอุปกรณ์อะไรบ้าง เสร็จทันกำหนดหรือไม่ และสามารถทดสอบเครื่องก่อนนำกลับได้หรือไม่
ที่มา : www.beartai.com |
|