
จรรยาบรรณ กับการทำงาน

"จรรยาบรรณ" ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งขององค์กรในปัจจุบัน
เพราะถ้า
บุคลากรในองค์กรใดขาดในเรื่องนี้แล้ว โอกาสที่องค์กรจะก้าวหน้าลดหน้าลงแน่นอน
แต่ที่สำคัญกว่านี้คือโอกาสล้มเหลวมีมากขึ้น เราคงจะเห็นตัวอย่างจากบริษัทใหญ่ๆใน
อเมริกาที่ผู้บริหารได้ตกแต่งตัวเลขทางการเงิน
เพื่อให้ตัวเองได้รับผลประโยชน์ในเรื่องหุ้น
หรือผลตอบแทนอื่นๆ จนทำให้บริษัทล้มมาแล้วหลายแห่ง
จรรยาบรรณเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันโรค "ทุจริต" ให้กับองค์กร
องค์กรไหนมีภูมิคุ้มกันดี ถึงแม้ว่าจะมีคนไม่ดีอยู่บ้าง
ผมก็คิดว่าเขาคงไม่สามารถทำอะไรองค์กรเราได้
ไม่แตกต่างอะไรไปจากภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา ถ้าเรามีภูมิคุ้มกันดี
ร่างกายแข็งแรง
ถึงแม้จะมีโรคอะไรมารุมเร้า ร่างกายเราก็สามารถต่อสู้กับมันได้
แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันขององค์กรโดยผ่านจรรยาบรรณนั้น มีดังนี้
กำหนดจรรยาบรรณขององค์กรให้ชัดเจน
หลายองค์กรมีแนวทางเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่อาจจะยังอยู่ในใจของผู้บริหาร
เป็นแนวปฏิบัติอยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่มีการ
กำหนดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่มีการประกาศให้บุคลากรรับทราบอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง
แต่หลาย
องค์กรยังไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องนี้เลย หากผู้บริหารองค์กรต่างๆ กำหนดจรรยาบรรณขึ้นมาให้ชัดเจนเหมือนกับการที่
กำหนดนโยบายคุณภาพหรือนโยบายอื่นๆ
แล้วควรจะมีการสื่อสารให้บุคลากรเข้าใจถึงความสำคัญและความหมาย
ของจรรยาบรรณ รวมถึงบอกให้บุคลากรทราบว่าเขาจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างจึงจะสอดคล้องกับจรรยาบรรณขององค์กร
เชื่อมโยงจรรยาบรรณสู่แผนงานและโครงการในการพัฒนาคน
การกำหนดจรรยาบรรณคงไม่ใช่เรื่องยาก
แต่เรื่องที่ยากจะอยู่ที่ทำอย่างไรให้จรรยาบรรณงอกเงยและเติบโตในองค์กร
แนวทางหนึ่งที่ช่วยได้คือ
การแปลงจรรยาบรรณสู่การระบบการพัฒนาคน เช่น ถ้าเราจะจัดฝึกอบรมหลักสูตรเรื่องการพัฒนา
ทีมงาน
กิจกรรมต่างๆที่จะนำมาใช้จะต้องสอดคล้องและตอบสนองเรื่องจรรยาบรรณขององค์กรด้วย
ซึ่งอาจจะมีทั้งเรื่องของ
การเก็บความลับ ความสื่อสัตย์ ความโปร่งใส การบริหารผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ของสมาชิกแต่ละคนกับ
ผลประโยชน์ของทีมงาน
เป็นต้น นอกจากนี้ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในองค์กรจะต้องสอดคล้องแนวคิดและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับ
จรรยาบรรณอยู่เสมอ
เพื่อเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกของบุคลากรอยู่เสมอ สิ่งไหนถูกกระตุ้นบ่อยๆก็จะนำไปสู่นิสัยได้
ให้รางวัลเพื่อป้องกันการเสื่อมถอย
(ของจิตใจ)
แนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้จรรยาบรรณขององค์กรเติบโตเร็วขึ้นก็คือ
การใช้อาหารเสริม อาหารเสริมในที่นี้คือ การให้รางวัลหรือสิ่งจูงใจกับคนที่ปฏิบัติตัวสอดคล้องกับจรรยาบรรณ
เช่น การคัดเลือกพนักงานดีเด่นประจำปี
หรือการเลื่อนตำแหน่งหรือกิจกรรมอะไรก็ตามที่เป็นการยกย่องเชิดชูคนดี
ให้สอดแทรกหลักการของจรรยาบรรณ
เข้าไปด้วยทุกครั้ง การสร้างจรรยาบรรณก็คงไม่แตกต่างไปจากการนำเอาระบบอื่นๆเข้ามาใช้ในองค์กรที่จำเป็น
จะต้องมีการติดตามตรวจสอบว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่
มีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง
จะต้องมีการทบทวนแก้ไขหรือไม่ อย่างไร สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ
องค์กรควรกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลจรรยาบรรณ
เพราะมีเหตุผลสองประการคือ หนึ่งเพื่อกันคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นกรรมการให้รับผิดชอบเรื่องจรรยาบรรณแทนองค์กรและคนเหล่านี้
จะถูกขัดเกลามากกว่าคนอื่น
คนกลุ่มนี้จะถูกเพ่งเล็งจากคนในองค์กรมากกว่าคนอื่นๆ อันนี้ถือเป็นเครื่องมือที่จะช่วยป้องกัน
ไม่ให้ เขาออกนอกลู่นอกทาง
เพราะเขาคือกรรมการเหมือนกรรมการห้ามกีฬาประเภทต่างๆ
ที่จะมีคนคอยจับจ้องว่าโปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่ เหตุผลประการที่สองคือ
การมีคณะกรรมการจะช่วยให้สามารถติดตาม ตรวจสอบความเป็นไปของจรรยาบรรณในองค์กรได้เป็นอย่างดี
เพราะระบบใดก็ตามที่กำหนดขึ้นมาแล้วไม่มีการติดตาม ระบบนั้นๆ จะจางหายไปกับสายลมและแสงแดด
|