|
||||||||||
|
แนะกลยุทธ์ SME นอกตำรา รินวัฒนธรรมไทยผูกใจลูกค้า
นายรณพงศ์ คำนวณทิพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรโมชั่นแนล พาร์ทเนอร์ส เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า สินค้าหรือการบริการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องมีจุดแข็ง และการสร้างจุดเด่นในสินค้าสามารถทำได้โดย นำเทคโนโลยีเดิมผสมผสานกับวัฒนธรรมของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น การนวดแผนโบราณที่ผสมผสานกับคุณค่าทางวัฒนธรรมไทย ซึ่งสิ่งแบบนี้ยากที่จะลอกเลียนแบบ เช่น การทำสปาบวกกับการบริการแบบไทยๆ ซึ่งกลายมาเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นแบบเฉพาะของคนไทย ไม่ว่าจะเป็น
การบริการต่างๆ เช่น การยิ้มแย้มแจ่มใส การไหว้ เป็นต้น ซึ่งสิงคโปร์พยายามลอกเลียนการบริการแบบเรา แต่ไม่สามารถ
ทำได้ เพราะสิ่งเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับจิตใจ ซึ่งคนไทยก็มีอยู่ในตัวอยู่แล้ว โดยไม่ต้องแต่งแต้มสีสัน แต่ผลตอบรับที่ได้กลับ อีกตัวอย่างหนึ่งที่คุณผู้อ่านอาจจะมองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มีร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ พอดีวันนั้นฝนตกหนักมากก็มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาหลบฝนอยู่หน้าร้านกาแฟ เจ้าของร้านก็เรียกให้เข้ามานั่งหลบฝน จากนั้นก็เอากาแฟมาเสริฟ์ให้นักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นดื่มเพื่อคลายความหนาว พอนักท่องเที่ยวจะออกจากร้าน เพราะเห็นว่าฝนหยุดตกแล้ว เขาก็หยิบเงินเพื่อมาจ่ายค่ากาแฟ แต่เจ้าของปฏิเสธ เพราะเจตนาช่วยเหลือจริงๆ ทำให้นักท่องเที่ยวคนนั้นแปลกใจมาก เลยเกิดเป็นความประทับใจขึ้นมา หลักจากที่นักท่องเที่ยวกลับประเทศไปแล้ว เขาก็นำไปบอกกับเพื่อนๆให้ฟังว่า ร้านกาแฟร้านนี้มีน้ำใจให้เขาได้พักหลบฝนแล้วยังเสริฟ์กาแฟให้เขาดื่มอีกด้วย ทุกวันนี้ ร้านกาแฟดังกล่าวก็มีลูกค้าชาวต่างแน่นขนัดกันตลอดไม่ขาดสาย สิ่งนี้อยากให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีตระหนักถึงความสำคัญข้อนี้ เพราะกลยุทธ์แบบเอื้ออาทรแบบนี้ เป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในตำราเอ็มบีเอใดๆ ทั้งนั้น อีกทั้งไม่มีตำราไหนที่เขียน ให้คนเขามานั่งกินฟรี แต่มันเกิดจากเจตนาดีจริงๆ แบบไม่หวังผลตอบแทน ดังนั้น สิ่งนี้เราไม่ควรจะละเลย เพราะผลที่ได้รับมันกลับมาหาเราอย่างมหาศาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นเอกลักษณ์ที่ตัวคนไทยเองก็มีอยู่กันแล้ว อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีต้องยึดหลัก 5 ประการ อาทิ เช่น 1. มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะทำธุรกิจใด ตัวเองต้องมีจุดยืนว่า ทำเพื่ออะไร และอยากจะประสบความสำเร็จถึงขั้นไหน 2. มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ 3. มีความเป็นผู้นำ และสามารถเรียกพลังงานจากลูกน้องออกมาให้มีศักยภาพมากที่สุด 4. มีความเป็นมืออาชีพ อย่ายึดติดกับความรู้สึกส่วนตัว และ 5. ต้องสร้างแบรนด์ ให้ลูกค้ารู้สึกถึงภาพที่ต้องการสื่อสารได้ ทั้งนี้ นายสิทธิพร ดาดาษ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเครือข่ายผู้ประกอบการ และประธานชมรม Mr. SMEs กล่าวว่า การจะตัดสินใจทำธุรกิจหรือลงทุนธุรกิจใดก็ตาม อย่าไปมองภาพรวมของเศรษฐกิจใหญ่มากเกินไป อีกทั้ง อย่าไปหลงกับมาตรฐานกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจนเกินไป แต่เน้นให้ศึกษาข้อมูลที่จะทำธุรกิจโดยตรง และสิ่งที่สำคัญ ต้องวิเคราะห์ตัวเองว่ามีความพร้อมจริงหรือไม่ เพราะการทำธุรกิจไม่ใช่มานั่งเล่นขายของ เราต้องแน่ใจให้ดีว่า เมื่อทำไปแล้วโอกาสประสบความสำเร็จต้องมากกว่า 70 % เพราะถ้าทำแล้วล้มเหลว โอกาสที่จะลุกขึ้นมาก็เป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของเอสอ็มอีที่ไม่ควรมองข้ามไป คือ การขาดช่องทางจัดจำหน่าย เพราะถ้าเป็นเอสเอ็มอีรายเล็ก รายย่อยที่ไม่ค่อยจะมีชื่อเสียง ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะไม่มีตัวแทนจำหน่ายให้โอกาสวางจำหน่าย และทางออกที่จะแก้ปัญหาแบบนี้ ก็คือ การแนะนำสินค้า โดยมุ่งเจาะจงลงไปที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจริงๆ (Target Market) นอกจากนั้น ต้องขยันปรับกลยุทธ์ให้ตัวเองอยู่รอดได้ อีกทั้งยังต้องมีความคล่องตัวสูง สิ่งนี้จะช่วยให้ธุรกิจคุณอยู่รอด และตรงนี้ก็เป็นข้อได้เปรียบของธุรกิจขนาดเล็ก |