|
||||||||||
|
![]() บัญญัติ 10 ประการของ MR (Management Representative)
หากต้องการที่จะเป็น MR ได้ต้องมีความทน 3 ข้อด้วยกันคือ ทนกาย, ทนใจ, ทนหน้า เริ่มจากทนกายคือ ต้องสมบุกสมบันหน่อย หรือจะเป็นขาลุย เพราะบางครั้งต้องออกไปพบกับลูกค้าเอง และก็ต้องอยู่จนดึกโดยเฉพาะใกล้ๆ Audit เพราะฉะนั้นต้องมีความทนทานเป็นพิเศษ ต่อมาทนใจคือ ต้องรับเพรชเชอร์ได้ทุกรูปแบบ ทุกสารทิศ ทั้งจากนาย จากเพื่อนร่วมงาน จากพนักงานทั่วไป และทนหน้าหรือจะเรียกว่าหน้าทนก็ได้ เพราะต้องบากหน้าไปขอคนโน้นคนนี้ให้ทำอะไรให้ เพราะฉะนั้นงาน MR ไม่เหมาะสมกับคนที่มีอีโก้สูงๆ คนไม่ยอมก้มหัวให้ใคร บางครั้งอาจถูกตอกหน้า อาจถูกกระแนะกระแหน คนที่เป็น MR ต้องมีคุณสมบัติในข้อนี้เป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่ต้องใช้ปากในการพูดกับลูกน้องของตนเอง และที่ไม่ใช่กับลูกน้อง ของตนเองด้วย แต่ต้องเป็นคนที่มีศิลปะในการพูด การโน้มน้าวให้คนอื่นคล้อยตาม ให้คนอื่นช่วยเราด้วยความเต็มใจ ทำงานโดย ไม่ให้เขารู้สึกว่าเรากำลังหลอกใช้เขา และต้องใช้ความพอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไปในการไหว้วาน คนที่จะเป็น MR ควรที่จะมีนิสัยใฝ่รู้ และควรที่จะรู้ให้มากที่สุด และศึกษาเพิ่มเติม หรือถ้าหากมีโอกาสเข้าอบรมเสริมทักษะ เพราะ ถ้าบางเรื่องง่ายๆ แต่ MR ไม่เข้าใจก็อาจจะอายต่อผู้อื่นได้ ซึ่ง MR ต้องรู้ถึงกระบวนการของบริษัทตัวเองอย่างดีด้วย เช่นโรงงานผลิต ก็ต้องรู้เกี่ยวกับการผลิตต่างๆ เป็นยัง แต่ก็ไม่ต้องถึงขนาดรู้ลึกเกี่ยวกับส่วนผสม เอาแค่คร่าวๆ ให้พอนึกภาพเชื่อมโยงต่างๆ ออก หรือถ้ายิ่งรู้และเข้าใจมากก็ยิ่งดี หากเกิดเหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งกันในองค์กรคุณ และถ้าคุณเป็น MR คุณต้องเป็นคนเข้าไปไกล่เกลี่ย และเข้าไปประสาน อธิบายให้แต่ละฝ่ายเข้าใจเพื่อลดความขัดแย้ง ซึ่งต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวอยู่สักหน่อย ซึ่งอย่าลืมว่าการปล่อยให้บาดหมางใจกัน ในองค์กรนั้นไม่ทำให้อะไรดีขึ้น สุดท้ายงานไม่เสร็จ MR นั้นต้องเป็นคนรับผิดชอบไกล่เกลี่ย รอมชอมทำตัวเป็นกันชนแต่ละฝ่ายไว้ คำๆ นี้เราจะเห็นในงานที่เกี่ยวกับการบริการ แต่ MR ก็ใช้ได้เช่นกันเพราะว่า คนนู้นคนนี้มักจะเรียกหาแต่ MR ยามที่ทำระบบติดขัด MR ต้องตอบสนองอย่างดี โดยสำนึกอยู่เสมอว่าเป็นหน้าที่เราที่ต้องให้บริการ และบริการอย่างสุภาพ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ คนที่เป็น MR นั้นต้องเข้ากับคนง่ายในทุกระดับ มนุษย์สัมพันธ์ต้องดีเลิศ สิ่งที่มักมองข้ามกันก็คือ มนุษย์สัมพันธ์กันพนักงานระดับล่างสุด ซึ่งบางคนถือตัวว่าเป็นระดับผู้บริหาร ระดับล่างไม่สน แต่ถ้าลำบากในการมีมนุษย์สัมพันธ์มากนักก็อย่าให้ถึงกับขนาดดูหมิ่นเหยียดหยามก็พอ แต่หากลอกเปิดใจซักนิด เขาอาจจะให้ความร่วมมือในการทำงานมากกว่านี้ก็ได้ คำว่า MR นั้นหมายถึง เป็นผู้แทนของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งคนที่เป็น MR ต้องเข้ากับนายได้ด้วย เพราะ MR จะเป็นตัวสื่อสารข้อมูลกับนาย ในเรื่องงาน คอยโน้มน้าวให้คล้อยตามในบางเรื่องเหมือนเป็นที่ปรึกาส่วนตัว แม้ว่า MR จะเป็นตำแหน่งที่ถูกวางอยู่ในระดับผู้บริหาร แต่จริงๆ แล้วไม่มีอำอาจอะไรมากนักเลย นอกจากที่ผู้ควบหลายเก้าอี้เป็นผู้จัดการอื่นๆ ด้วย แต่ต้องดูแลระบบของทั้งบริษัท จะไปสั่งแผนกอื่นก็ไม่ได้ เขาจะเขม่นเอาได้ ไปขอเฉยๆ เขาก็ไม่ยำเกรงไม่ยอมทำให้ จึงทำให้ MR นั้นต้องมีสิ่งที่เรียกว่าภาวะผู้นำ (Leadership) เพราะต้องใช้บุคลิกที่เหมือนคนมีอิทธิพลเหนือคน จูงใจให้ผู้อื่นทำงานได้ โดยที่เรา ไม่ได้มีอำนาจอะไรเลย ซึ่งความเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญ การเป็น MR นั้นจะต้องสามารถอ้างอิง สอบกลับได้ตลอด มีข้อกำหนดต่างๆ มาตรฐานต่างๆ ก็ว่าไป แต่ต้องมีเหตุผล และมีที่มาที่ไป โดยห้ามพูดจายกเมฆขึ้นมาลอยๆ ซึ่งดูแล้วมันไม่ดีเลย การที่จะเป็น MR สิ่งสำคัญข้อสุดท้ายที่ต้องมีคือ คุณต้องเขียนเก่ง เพราะทักษะในการเขียนเอกสารต่างๆ Manual, Procedure, Work In และต้องเขียนได้ดี อ่านแล้วเข้าใจ และสามารถสอนคนอื่นเขียนได้ด้วย ที่มา : www.siamhrm.com |