เงื่อนไขในการลงทุน
เงิน หรือผลประโยชน์ (Capital gain) ที่ได้รับจากการขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวจะได้รับ
การยกเว้นการเสียภาษีเงินได้ มีเงื่อนไขดังนี้
การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน
ผู้ถือหน่วยลงทุนเกิดทุพพลภาพหรือ เสียชีวิต ในระหว่างถือหน่วยลงทุน (กรณีทุพพลภาพ ต้องมีแพทย์ที่ทาง
ราชการ รับรองได้ตรวจและแสดงความเห็นว่าทุพพลภาพ)
ถ้าผู้ลงทุนที่ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาวมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน หรือทุพพลภาพสามารถดำเนินการ
ดังต่อไปนี้ โดยถือว่าไม่ผิดเงื่อนไขการลงทุน
ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวนั้นต่อไป
ขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวเพียงบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้
การคำนวณต้นทุนของเงินลงทุน ผลประโยชน์ และการหักเงินลงทุนแต่ละรายการ เมื่อมีการขายคืนหน่วยลงทุน
หรือการโอนย้ายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวหนึ่งไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว
อื่นใช้ตามวิธีการเข้าก่อน ออกก่อน (First In First Out FIFO)
ถ้าผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาวทำผิดเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนจะต้อง
ชำระคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับมาของเงินลงทุนจำนวนที่ขายคืนบางส่วนหรือทั้งหมดของเงินลงทุน
ในแต่ละครั้งโดยยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติม เพื่อเสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมพร้อมเงิน
เพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร (อัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน)
นำเงิน หรือผลประโยชน์ (Capital gain)ที่ได้รับจากการขายคืนหน่วยลงทุนนั้นไปรวมกับเงินได้อื่นๆที่ผู้ลงทุน
ได้รับในปีภาษีนั้นเพื่อเสียภาษี
เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นภาษีเงินได้ต่อกรมสรรพากร
บริษัทจัดการหรือนายทะเบียนหน่วยลงทุนจะจัดส่งหนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว
ในแต่ละปีภาษี เพื่อเป็นเอกสารประกอบการยื่นเพื่อเสียภาษีเงินได้
กองทุนรวมหุ้นระยะยาวเหมาะสมกับใคร
ผู้มีเงินได้ที่ต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ผู้มีเงินได้ที่ต้องการผลตอบแทนและสามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุน
ตัวอย่าง : การประหยัดภาษีเงินได้จากการลงทุนในกองทุน LTF
คนโสด มีรายได้ปีละ 2,000,000 บาท ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
รายการ |
ปกติ |
ลงทุนสูงสุด
เฉพาะ LTF |
ลงทุน
RMF(1) & LTF |
|