หางานธนาคาร

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) VS กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

งานธนาคาร

หลายคนอาจสับสนว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กับกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เหมือนกันหรือไม่ แตกต่างกันอย่างไร ถึงแม้ชื่อภาษาไทยฟังดูคล้ายกัน แต่ในความหมายแล้วไม่ใช่อย่างเดียวกันแน่นอน ซึ่งสามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ดังนี้

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) เป็นการเก็บออมเงินทางหนึ่ง โดยนายจ้างและลูกจ้างทำร่วมกัน ในแต่ละเดือนนายจ้างจะหักเงินเดือนส่วนหนึ่งของลูกจ้างเพื่อนำไปเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเงินในส่วนของลูกจ้าง เรียกว่า เงินสะสม ในขณะเดียวกันนายจ้างก็ต้องสมทบเพิ่มเข้าไปด้วย เรียกเงินในส่วนของนายจ้างว่า เงินสมทบ นั่นคือ นอกจากลูกจ้าง จะออมแล้ว นายจ้างยังช่วยออมอีกแรงหนึ่งด้วย และนายจ้างจะจ่ายสมทบในจำนวนเท่ากันหรือมากกว่าที่ลูกจ้างจ่ายสะสมเสมอ จึงอาจกล่าวได้ว่าการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นรูปแบบหนึ่งของการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง จึงช่วยสร้างแรงจูงใจให้ลูกจ้างทำงานให้กับนายจ้าง

ลูกจ้างจะได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ก็ต่อเมื่อลาออกจากบริษัท โดยจะได้รับเงินสะสมเต็มจำนวน ส่วนเงินสมทบจะได้รับตามเงื่อนไขของนายจ้างที่ตกลงกับลูกจ้างเอาไว้ตั้งแต่แรก เช่น

อายุงานน้อยกว่า 1 ปี จะได้รับเงินสมทบ ร้อยละ 10
อายุงานตั้งแต่ 1 ปี - 5 ปี จะได้รับเงินสมทบ ร้อยละ 50
อายุงานตั้งแต่  5 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินสมทบ ร้อยละ 100

ในระหว่างการออมเงินนี้ ลูกจ้างไม่สามารถเบิกเงินก้อนนี้ออกไปใช้ได้ เนื่องจากวัตถุประสงค์คือการเก็บออมเพื่อให้ลูกจ้างมีเงินเก็บไว้สำหรับใช้ในยามเกษียณ

สำหรับกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ(Retirement Mutual Fund หรือ RMF) เป็นการออมเงินระยะยาวที่นักลงทุนสมัครใจที่จะออมเอง ด้วยอาจเห็นว่าเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังมีไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณ อีกทั้งเงินที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนผ่านกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 500,000 บาทต่อปี โดยผู้ลงทุนต้องซื้อหน่วยลงทุน RMF อย่างต่อเนื่องทุกปี หรือปีเว้นปี และเงินที่ลงทุนต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 % ของรายได้ต่อปี หรือ ไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี ทั้งนี้จำนวนสูงสุดที่ลงทุนได้ต้องไม่เกิน 15 % ของรายได้ต่อปี และเมื่อรวมกับเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข) แล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

นอกจากนี้ ผู้ลงทุนจะต้องถือหน่วยลงทุน RMF ไปจนถึงอายุ 55 ปี และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จึงสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ และเงินที่ได้รับจากการขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุน RMF จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ เมื่อคุณได้ถือหน่วยลงทุนนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

เนื่องจากกอง RMF เป็นกองทุนระยะยาว จึงเปิดโอกาสให้เปลี่ยนนโยบายการลงทุนได้ และยังสามารถโอนย้ายข้ามไปยัง บลจ.อื่นได้ ท่านสามารถเลือกลงทุนได้หลายกองทุนด้วยกันขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่คุณได้รับ เริ่มจากความเสี่ยงระดับน้อยมาก ๆ ก็เน้นลงลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ ไปจนถึงกองทุนที่มีความเสี่ยงที่สูง ก็ลงทุนในตราสารทุน เช่นช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง ท่านที่ลงทุนในกองทุนหุ้นก็สามารถสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนมาที่กองทุนตราสารหนี้ได้

โดยสรุปทั้งสองกองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อการเก็บออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณทั้งคู่ แต่มีรูปแบบการออมที่แตกต่างกัน Provident Fund เป็นการออมเงินร่วมกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง แต่ RMF เป็นการลงทุนที่นักลงทุนตัดสินใจเอง เลือกกองทุนและระดับความเสี่ยงเอง เป็นการเพิ่มโอกาสในการออมเงินนอกเหนือไปจากเงินออม Provident Fund