![]() การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาในรอบ 10 ปีที่ผ่านมานี้ แบรนด์ที่แข็งแกร่งต่างสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สินทางปัญญา โกยเงินเข้ากระเป๋ากันไม่หวาดไหว ยกตัวอย่างทีมฟุตบอลชื่อดังระดับโลก คือ ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและทีมลิเวอร์พูล ที่สร้างรายได้จากการอนุญาตให้บริษัทต่างๆ นำชื่อแบรนด์ โลโก้ทีม ไปผลิตสินค้าออกวางขายเป็นสินค้าลิขสิทธิ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด แก้วน้ำ ลูกฟุตบอล และอื่นๆ แต่ก่อนที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของตนได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเสียก่อนว่าแบรนด์ของตนมีมูลค่าทางการตลาดเท่าไหร่ จึงจะสามารถสร้างข้อตกลงที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายได้ การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ไม่อาจจับต้องได้ จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อมีการจำแนกแยกส่วนออกมาจากทรัพย์สินอื่นๆ โดยเด็ดขาด เพื่อที่จะนำไปคิดราคาได้อย่างเป็นอิสระ โดยอาศัยฐานในการเทียบเคียงมาจากการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่จับต้องได้นั่นเอง วิธีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญามีอยู่ 3 วิธีหลัก
โดยทั่วไปบริษัทจะกำหนดมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาโดยเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียง เมื่อได้ตัวเลขมาแล้วบริษัทก็จะคำนวณเป็นตัวเงินในมูลค่าปัจจุบัน ซึ่งจะไม่รวมกับค่าใช้จ่ายในส่วนของรอยัลตี้หรือค่าธรรมเนียมการใช้สิทธิ ที่บริษัทเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาเรียกเก็บจากผู้ขอใช้สิทธิ์ แม้ว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องตรงที่ไม่ได้รวมมูลค่าเต็มของจำนวนทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการอนุญาตให้ใช้สิทธิได้หลายบริษัทพร้อมกัน วีธีนี้ยังสามารถแยกได้อีก 2 รูปแบบ ด้วยเหตุนี้การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาให้ได้แม่นยำที่สุด ควรใช้วิธีการประเมินจากรายได้ ควบคู่ไปกับค่าใช้จ่าย จะช่วยให้การลงบัญชีบริษัทมีความถูกต้องมากขึ้น |