transparent
bullet บทความ HR

Employer's Articles

ปรับลดค่าล่วงเวลาพนักงานอย่างไรไม่ผิดกฎหมาย

พฤษภาคม  2552 
ปรับลดค่าล่วงเวลาพนักงานอย่างไรไม่ผิดกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 62 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้กับพนักงานรายวัน ในอัตรา 2 เท่า ส่วนพนักงานรายเดือนในอัตรา 1 เท่า แต่ที่ผ่านมาบริษัทจ่ายให้กับพนักงานรายวัน และรายเดือนในอัตรา 2 เท่ามาตลอด ถึงตอนนี้อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อบริษัทต่าง ๆ โดยเฉพาะธุรกิจส่งออก บริษัทจึงมีความคิด ที่จะลดค่าโอทีของพนักงานรายเดือนลงจาก 2 เท่า เหลือ 1.5 เท่า ซึ่งก็ยังสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้อยู่ดี

การปรับลดค่าล่วงเวลาเช่นนี้บริษัทสามารถทำได้หรือไม่ ในกรณีนี้บริษัทสามารถทำได้ หากมีการยินยอมจากลูกจ้าง โดยอาจให้ลูกจ้างส่งตัวแทน มาเจรจาเพื่อรับทราบถึงความจำเป็นของนายจ้างในการดำเนินการดังกล่าว ว่าลูกจ้างมีความยินยอมหรือไม่ โดยในสถานการณ์ปัจจุบัน การลดค่าใช้จ่ายก็เป็นวิธีหนึ่ง ที่นายจ้างเลือกที่จะทำ แทนการปลดพนักงาน และเมื่อนายจ้างกับลูกจ้างเจรจาทำความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายจ้างจึงให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อ ในหนังสือยินยอมเป็นรายบุคคลไป แต่นายจ้างจะประกาศลดอัตราการจ่ายโดยที่ลูกจ้างไม่รู้เนื้อรู้ตัวนั้นทำไม่ได้ เพราะจะก่อให้เกิดความไม่พอใจ และออกมาชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรมได้

นอกจากนี้ การลดค่าล่วงเวลาหรืออัตราค่าจ้างใด ๆ จะทำได้ก็ต่อเมื่อการกระทำนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำของกฎหมาย เช่น ตกลงยอมรับค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ตกลงยอมรับการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดเป็น 1 แรงสำหรับพนักงานรายวัน ในขณะที่กฎหมายบอกว่าต้องจ่าย 2 แรง หรือตกลงรับ 0.5 แรงสำหรับรายเดือน ในขณะที่กฎหมายบอกว่าต้องจ่ายเพิ่มอีก 1 แรง อย่างนี้ถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ผิดต่อพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 74 และแม้ลูกจ้างจะเซ็นยินยอมให้นายจ้าง จ่ายค่าแรงต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด หนังสือยินยอมฉบับนั้นก็ถือเป็นโมฆะ

เข้าใจว่าสถานการณ์สำหรับบางบริษัทนั้นค่อนข้างน่าเป็นห่วง อาจต้องมีการลด การเลิก การตัด ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ภายในบริษัทลงเพื่อความอยู่รอด แต่ไม่ว่าจะทำสิ่งใดนั้น ขอให้นายจ้างตั้งมั่นอยู่บนความชอบธรรมของทั้งสองฝ่าย ทั้งนายจ้างและลูกจ้างไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เพราะเราทุกคนอยู่ในเรือลำเดียวกัน เจอพายุคลื่นลมก็ต้องช่วยกันประคับประคอง แม้ไม่อาจให้มันแล่นไปข้างหน้าได้ แต่อย่างน้อย ให้มันยังลอยอยู่ได้ และทุกคนยังอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย เมื่อพายุร้ายผ่านพ้น เราก็ร่วมแรงร่วมใจกันพายเรือต่อไปได้..จริงไหมคะ