transparent
bullet บทความ HR

Employer's Articles

สร้างองค์กรที่มั่นคงท่ามกลางความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจ

มีนาคม  2552 
สร้างองค์กรที่มั่นคงท่ามกลางความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจ

หากบริษัทของคุณมีความจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลงบางส่วน ย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจพนักงานที่ยังอยู่ พวกเขาอาจรู้สึกหวั่นไหว สูญเสียกำลังใจ และรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ในสถานการณ์เช่นนี้การที่บริษัทจะผ่านพ้นวิกฤตไปได้ พนักงานควรได้รับการส่งเสริมให้มีกำลังใจ และมีแรงจูงใจในการทำงาน จึงเป็นหน้าที่สำคัญที่คุณจะต้องมีวิธีบริหารจัดการและสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน บรรเทาความตึงเครียดในการทำงาน เพื่อให้กลไกการทำงานดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น และประสบความสำเร็จ

ในการจูงใจพนักงานให้สามารถทำงานหนักขึ้น ในขณะที่มีงบประมาณในการดำเนินการน้อยลง ทั้งยังต้องทำงานให้สำเร็จตรงตามกำหนดเวลาเท่าเดิมนั้น หัวใจสำคัญของการบริหารที่มีประสิทธิภาพอยู่ที่การสร้างความเข้าใจให้แก่พนักงาน ทำให้พนักงานรู้สึกถึงคุณค่าในงานที่ตนทำ และคุณค่าที่มีอยู่ในตัวของพนักงานเอง ซึ่งหากพนักงานอุทิศตนทำงานให้แก่องค์กรอย่างเต็มความสามารถ ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ต่าง ๆ ก็ย่อมประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารไม่ควรมองข้ามก็คือ ในการที่จะจูงใจพนักงานให้ทำงาน จะต้องไม่ตัดสิ่งที่มีความสำคัญต่อกำลังใจในการทำงาน เช่น ความปลอดภัยในการทำงาน และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

องค์กรที่พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานนั้น พนักงานจะรู้สึกมีความสุขในการทำงาน แม้ว่างานนั้นจะไม่ได้มีค่าตอบแทนสูงก็ตาม สำหรับงานบริการ พนักงานสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างน่าประทับใจ เพียงแค่ยึดหลักพื้นฐาน คือ “เป็นมิตรกับลูกค้า และพยายามให้ความช่วยเหลือตามความต้องการของลูกค้า” ตัวอย่างนี้ทำให้เราเห็นว่า ถ้าพนักงานทุกคน ถึงแม้จะเป็นเพียงพนักงานตำแหน่งเล็ก ๆ ในระดับปฏิบัติการ หากเขาเข้าใจและตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นความจริงได้

ในทางตรงกันข้าม หากพนักงานไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน ถึงแม้ว่าองค์กรจะจ่ายค่าตอบแทนสูงเพียงใด พนักงานก็ยังมีความประสงค์จะลาออก หากองค์กรมีบรรยากาศในการทำงานที่ไม่ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ หรือการทำงานร่วมกันเป็นทีม พนักงานทุกคนต่างชิงดีชิงเด่น โยนความผิดให้คนอื่น ใส่ร้ายป้ายสีกัน หรือมีการเมืองในที่
ทำงาน พนักงานย่อมไม่มีความสุขหรือความพอใจที่จะทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมเช่นนี้อีกต่อไป

ผู้บริหารต้องทำให้พนักงานเชื่อในการบริหารจัดการของคุณ รู้และเข้าใจว่าตนเองแต่ละคนมีความรับผิดชอบในส่วนไหน และควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้รับการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถอย่างสม่ำเสมอ แล้วคุณจะพบว่าพวกเขาสามารถสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้มากขึ้นอย่างที่คุณไม่คาดคิดมาก่อน

การหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมในการให้ความเคารพ ความเชื่อถือซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง ที่พนักงานจะต้องให้การยอมรับในงานของผู้อื่นด้วย เพราะในภาวะวิกฤตเช่นนี้ จะต้องร่วมมือกันให้มาก ไม่ใช่เวลาที่จะมาแข่งขัน ขัดแย้ง หรือชิงดีชิงเด่นกัน โดยผู้บริหารจะต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานภายในองค์กรให้มีความเป็นหนึ่งเดียว มีความซื่อสัตย์ต่อกัน เมื่อเราสร้างคนให้มีความรักใคร่ปรองดองกันได้แล้ว ผลที่ได้นั้นแน่นอนว่าจะต้องการกว่า การทำงานได้เสร็จตามกำหนด แต่นั้นหมายถึง เขาจะช่วยกันทำงานให้ออกมาอย่างดีที่สุด

นอกจากนั้น ผู้บริหารควรซื่อสัตย์ต่อพนักงาน ด้วยการสื่อสารกับพนักงานทั้งในเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่ดี เพื่อให้พนักงานรับรู้ถึงความจริงใจที่ผู้บริหารมีต่อพนักงานทุกคนของเขา และเพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ หรือเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีผลต่อพวกเขาและงานของพวกเขา

ควรสื่อสารให้พนักงานเห็นภาพรวมขององค์กร ภาพรวมของการดำเนินงาน รับทราบเป้าหมายขององค์กร และนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น ๆ ให้ได้ การสร้างความตระหนักนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการทำงาน เพราะถ้าพนักงานทุกคนขาดเป้าหมายในการทำงาน องค์กรก็ไม่ก้าวหน้า ไม่อาจฝ่าพ้นวิกฤตได้

ดังนั้นการบริหารงานด้วยความเข้มแข็งนั้นต้องเริ่มจากการสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้แก่พนักงาน ให้พนักงานตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบที่อยู่ภายใต้ของเขตของแต่ละบุคคล รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมการเคารพ ซื่อสัตย์ และเชื่อถือซึ่งกันและกัน จึงจะสามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจเช่นทุกวันนี้